"ศรีสุวรรณ"ร้อง"ป.ป.ช."ไต่สวนสนช.ตั้งลูก-เมียเป็นผู้ช่วย จี้คืนค่าตอบแทน ด้าน"พรเพชร–เลขาฯวุฒิสภาโดนด้วยเหตุใช้อำนาจขัดผลประโยชน์
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป.ป.ช.ขอให้ไต่สวนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กว่า 50 คน กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและขัดแย้งต่อจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างร้ายแรง กรณีเสนอชื่อเครือญาติต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะสำนักเลขาธิการสนช. เข้ารับการแต่งตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัวสมาชิกสนช. ถือเป็นการดำเนินการหรือมีพฤติกรรมเข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อน ต้องห้ามตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมืองพ.ศ.2551 ประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการพ.ศ.2553 และเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 ฉบับแก้ไขเพิ่มเพิ่ม
และขอให้ไต่สวนนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ในฐานะใช้อำนาจออกประกาศคุณสมบัติผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัวสมาชิกสนช.และนางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการสนช. ในฐานะผู้ลงนามแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัวสมาชิกสนช.
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สนช.ชุดนี้เป็นดรีมทีมของประชาชนในการปฏิรูปการเมืองไม่ให้กลับไปสู่วังวนน้ำเน่าเหมือนนักการเมืองในอดีต ดังนั้น ควรเป็นแบบอย่างที่ดีกับสังคมไทย สิ่งที่สมาคมฯมาร้องครั้งนี้หวังว่าจะนำไปสู่การแก้ไขเพื่อไม่ให้เหตุกาณ์แบบนี้เกิดซ้ำอีก ซึ่งหากมีการไต่สวนแล้วพบความผิดป.ป.ช.มีอำนาจนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อฟ้องร้องบุคคลเหล่านี้ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมทั้งเรียกคืนเงินประจำตำแหน่งของผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัวสมาชิกสนช.
ส่วนกรณีสนช.ระบุการตั้งเครือญาติไม่ขัดต่อหลักกฎหมายนั้น กฎหมายที่ตนอ้างต่อป.ป.ช.เขียนไว้ชัดเจนว่าห้ามแต่งตั้งเครือญาติ หากมาอ้างว่าไม่ผิดจะอธิบายสังคมอย่างไร และงงเหมือนกันที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พูดว่าไม่ผิด แปลกใจนายกฯเข้าใจกฎหมายมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม ขอให้สนช.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรมโดยเร็ว และควรมีข้อสรุปภายใน 1 เดือน เพราะยิ่งช้าผลเสียจะเกิดขึ้นกับสนช.ทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่า เครือญาติเหล่านี้ควรจะลาออกจากตำแหน่งผู้ชำนาญการต่างๆ เพื่อแสดงสปิริตหรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เป็นจิตสำนึกของแต่ละคนที่จะกระทำหรือไม่ เพราะรู้อยู่แล้วตัวเองเข้ามาทำงานตามวัตถุประสงค์หรือไม่ การอ้างเรื่องคนที่ไว้วางใจนั้น คิดว่าบุคคลที่มีความรู้ความสามารถหรือสนิทชิดเชื้อน่าจะมีจำนวนมาก ไม่ใช่มีเฉพาะเครือญาติของตัวเอง
ต่อข้อถามที่ว่า การกระทำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมหรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ข้ออ้างของการปฏิรูปเป็นเพียงข้ออ้างธรรมดา ไม่สะท้อนความจริงที่ปรากฎต่อสังคม เป็นการผลัดกันเกาหลัง ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไป เข้ามาสู่แวดวงอำนาจโดยใช้ข้ออ้างต่างๆ นานา แต่ข้อเท็จจริงคือ ไม่ต่างอะไรจากนักการเมืองเดิม ๆ ในอดีตที่ผ่านมาที่เข้ามาสู่อำนาจและทำผิดกฎหมาย การคอร์รัปชั่น
ส่วนที่อย่างนี้จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิรูปประเทศได้อย่างไร นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า นายกฯ และสนช.ต้องแสดงสปิริตแนะให้ภรรยา พี่น้อง และบุตรของตัวเองลาออกไปเสียเพื่อรักษาชื่อเสียงของสนช. ให้ประชาชนได้แซ่ซ้องสรรเสริญ
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวว่า คงต้องดูในรายละเอียดว่าเหตุที่จะยื่นนี้ อยู่ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.หรือไม่ เช่นที่อ้างว่า เป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์หรือไม่ ต้องดูว่ากฎหมายป.ป.ช. โดยหากพูดถึงมาตรา 100พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 จะกำหนดไว้เพียงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้บริหารท้องถิ่น และรองผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งไม่ได้กำหนดรวมถึง ส.ส. ส.ว.และสนช. เพราะตำแหน่งเหล่านี้ต้องเป็นตำแหน่งที่ ป.ป.ช.กำหนด จึงจะเป็นเรื่องของการขัดกันระหว่างผลประโยชน์
นายสรรเสริญ กล่าวว่า เมื่อพูดถึงกฎหมายว่าด้วยการขัดกันของประโยชน์เพียงอย่างเดียว ยังไม่มีกฎหมาย ป.ป.ช.รองรับแต่กฎหมายอื่นไม่ทราบ เพราะว่าเรื่องคุณธรรมจริยธรรมไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบของป.ป.ช.แต่เป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่เมื่อร้องเรียนเข้ามา ป.ป.ช.ก็จะพิจารณา ซึ่งการจะตรวจสอบคุณธรรม จริยธรรมนั้นเป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการฯที่จะดำเนินการสืบสวนหาข้อมูลเมื่อพบว่าผิดจะส่งให้สภาดำเนินการถอดถอนก็เป็นไปตามกระบวนการ ฉะนั้นหน้าที่เราในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขัดกันของผลประโยชน์ กฎหมายเรายังไม่ได้รองรับ





