"ทิชา" ยื่นหนังสือลาออก"สปช.-กมธ.ยกร่างฯ"ปัดแจ้งเหตุผล แต่โพสต์ปมความเท่าเทียมหญิงชายในสังคม เผยเคยร่ำไห้วอล์คเอาท์ออกจากห้องประชุมกมธ.
วานนี้ (28 ก.พ.) นางทิชา ณ นคร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) ได้ยื่นจดหมายเขียนด้วยลายมือขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิก สปช. และกมธ.ยกร่างฯ โดยให้มีผลวันที่ 1 มี.ค.2558
กรณีดังกล่าวเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงสาเหตุที่นางทิชาตัดสินใจลาออก ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่า สาเหตุน่าจะมาจากการประชุม กมธ.ยกร่างฯนอกสถานที่ ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ประชุมพิจารณาเรื่องการเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อแบบสัดส่วนผสม โดยนางทิชาและพวกเสนอให้ระบุลงไปในรัฐธรรมนูญให้ชัดว่า ผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองต้องมีสัดส่วนเพศตรงข้ามอยู่ 30% (เพศตรงข้ามกับผู้สมัครหลักในบัญชี)
ประเด็นนี้ นางถวิลวดี บุรีกุล กมธ.ยกร่างฯ และนางทิชาให้การสนับสนุนอย่างแข็งขัน แต่ปรากฏว่ามี กมธ.อีกจำนวนมากไม่เห็นด้วย และอภิปรายคัดค้านอย่างรุนแรง กมธ.บางรายใช้ถ้อยคำประชด เสียดสี ทำให้บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างตึงเครียอ กระทั่งสุดท้าย นางทิชาและนางถวิลวดี ถึงกับร้องไห้ และวอล์คเอาท์ออกจากที่ประชุม
ต่อมาในการประชุม กมธ.ยกร่างฯ วันที่ 27 ก.พ. มีการพิจารณาในประเด็นว่าด้วยสมาชิกสภาท้องถิ่น ก็มีการผลักดันจากกลุ่มของนางทิชาอีกครั้ง ขอให้บัญญัติว่า "สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมีสัดส่วนสตรีไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม" ซึ่งการประชุมประเด็นดังกล่าวเป็นการประชุมลับ และที่ประชุมถกเถียงกันนานนับชั่วโมง แต่ก็ไม่ได้ข้อสรุป จึงแขวนเอาไว้ก่อน
ทั้งนี้ นางนิชา ได้โพสต์เฟซบุ๊คหลายครั้ง ข้อความแสดงนัยเกี่ยวกับสาเหตุของการลาออกว่าน่าจะมาจากการผลักดันเรื่องสัดส่วนสตรี ซึ่งมีหลายเสียงใน กมธ.ยกร่างฯ ค้านว่าทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในสังคม ไม่ใช่ประชาธิปไตย เหมือนการให้สิทธิพิเศษ
โดยนางทิชาได้โพสต์ภาพการ์ตูนที่แสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียมกันของคนตัวสูงกับตัวเตี้ยยืนอยู่หลังกำแพงเพื่อชมกีฬา หากมองจากด้านหน้าของกำแพง เหมือนทุกคนสูงเท่ากัน ได้ชมกีฬาอย่างสนุกสนาน แต่การทำให้เกิดภาพเช่นนั้นได้ เมื่อไปดูด้านหลังกำแพงจะพบว่า คนตัวเตี้ยต้องมีเก้าอี้ต่อขา จึงจะชมกีฬาได้เหมือนคนตัวสูง เปรียบได้กับความเท่าเทียมที่ต้องมีสัดส่วนหรือสิทธิพิเศษสำหรับกลุ่มด้อยโอกาสหรือคนชายขอบ จึงจะสร้างความเท่าเทียมอย่างแท้จริง
"บวรศักดิ์"ดัน"นันทวัฒน์"แทน
ด้าน นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า การทำหน้าที่ของ กมธ.ยกร่างฯ ทั้ง 36 คนไม่ได้ถูกบังคับให้เข้ามา โดยเราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทั้งนี้ การทำงานที่ผ่านมามีความเห็นที่ตรงกันและไม่ตรงกันบ้าง ทำให้คนเสนอรู้สึกว่าไม่ได้รับความสนใจ แต่ท้ายที่สุดการทำงานร่วมกันของ กมธ.ยกร่างฯ ตั้งแต่วันแรก จนถึงวันที่ 27 ก.พ. ทั้ง 36 คน และในวันที่ 28 ก.พ.ที่เหลือเพียง 35 คนนั้น ได้เข้าใจจุดยืนของแต่ละคน ทั้งนี้ไม่สามารถห้ามได้ หากได้คิดและตัดสินใจแล้ว ส่วนตัวรู้สึกเสียดายนางทิชาที่ลาออกจากตำแหน่ง
นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ชื่นชมนางทิชาในการทำงานที่ผ่านมา การยื่นใบลาออกถือเป็นการตัดสินใจของนางทิชา ซึ่งส่วนตัวเคารพและดีใจที่ได้ทำงานร่วมกันมา อย่างไรก็ตาม การทำงานของ กมธ.ยกร่างฯ ผ่านมาครึ่งทางแล้ว และเชื่อว่าการทำงานหลังจากนี้ไป สมาชิก สปช. คือ นายนันทวัฒน์ บรมมานันท์ จะเข้ามาทำหน้าที่แทนนางทิชา
มีรายงานว่า การประชุม กมธ.ยกร่างฯ ในช่วงหลังๆ เป็นไปอย่างตึงเครียด และโต้เถียงกันรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่มีความอ่อนไหวสูง ทำให้คาดหมายกันว่า หลังการลาออกของนางทิชา บรรยากาศในการประชุมน่าจะเคร่งเครียดขึ้นกว่าเดิม และกระทบต่อภาพลักษณ์ความเป็นเอกภาพของ กมธ.ยกร่างฯ ซึ่งถูกวิจารณ์ประเด็นการยกร่างรัฐธรรมนูญในหลายประเด็นอยู่แล้ว
รธน.ใหม่มี4ทางเปลี่ยนบ้านเมือง
วันเดียวกัน นายบวรศักดิ์ ได้แถลงผลการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา นอกสถานที่ ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 23-26 ก.พ.ว่า ได้ผ่านร่างรายมาตราทั้งสิ้น 119 มาตรา ภาพรวมของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สร้างเจตนารมณ์และมาตรการที่ทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปใน 4 ทิศทาง คือ
1.สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ สาระสำคัญคือการยกระดับการเมืองภาคพลเมืองให้มีความสำคัญไม่แพ้กับการเมืองของนักการเมือง ตั้งสมัชชาพลเมืองทุกจังหวัดให้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ การถอดถอนนายกฯ รัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว.ที่ทำผิดจริยธรรมร้ายแรง เพื่อให้ประชาชนฐานะผู้แต่งตั้งนักการเมืองต้องสามารถถอดถอนนักการเมืองได้
2.การเมืองใสสะอาดและสมดุล สร้างกลไกของการตรวจสอบฝ่ายบริหารที่รวดเร็วและเฉียบขาด ขณะที่การสร้างความสมดุลในระบบ 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และวุฒิสภาที่มาจากกลุ่มคนหลากหลายอาชีพ รวมถึงคนชายขอบ ผู้พิการ ที่มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมผ่านผู้บริหารท้องถิ่น
สมาชิกสภาท้องถิ่นและสมัชชาพลเมืองไม่ใช่การลากตั้งที่ต้องมีคณะบุคคลเพื่อดำเนินการสรรหา และมีส่วนร่วมแสดงความเห็นทุกประเด็นของบ้านเมือง
นอกจากนั้นสร้างความสมดุลระหว่างนายทุนพรรคการเมืองและนักการเมืองที่เป็นตัวแทนปวงชน ด้วยการเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้
ความสมดุลระหว่างจำนวน ส.ส.และคะแนนนิยมที่แท้จริงของประชาชน ความสมดุลระหว่างการบริหารพรรคการเมืองและความเป็นอิสระของส.ส. เมื่อ ส.ส.ถูกขับพ้นจากสมาชิกพรรคจะคงสมาชิกภาพของ ส.ส.อยู่ ความสมดุลระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ คือ ส.ส.ห้ามเป็นรัฐมนตรี และการลงมติไม่ไว้วางใจจะผูกพันกับสถานะของสภาผู้แทนราษฎรด้วย
ความสมดุลการถอดถอน คือ เป็นการลงคะแนนเสียงถอดถอนกึ่งหนึ่งของสมาชิกของทั้งสองสภารวมกัน ความสมดุลฝ่ายบริหารและฝ่ายข้าราชการ โดยสร้างระบบป้องกันการแทรกแซงข้าราชการประจำ
3.หนุนสังคมที่เป็นธรรม การวางแนวทางปฏิรูป ทั้ง 16 เรื่องเพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความมั่งคั่งไปสู่คนที่ไม่มีเงิน ไม่มีสิทธิ์ และไม่เคยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน 4.นำชาติสู่สันติสุข ด้วยการมีเรื่องการปรองดองในรัฐธรรมนูญใหม่ โดยมีองค์กร และกระบวนการที่เป็นไปอย่างถูกต้องและทั่วโลกได้ปฏิบัติ ไม่ใช่ปรองดองด้วยการเรียกมาเกี้ยเซียะ กวาดฝุ่นไว้ใต้พรม
"จเร"ชี้เลื่อนตำแหน่งแทนส่อขัดรธน.
นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สปช. กล่าวถึงกรณีการพิจารณาแต่งตั้ง กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญแทนนางทิชา ในสัดส่วน สปช.ที่ลาออกไปว่า ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 มาตรา 32 วรรคสาม กำหนดว่าให้ประธาน สปช.แต่งตั้ง กมธ.ยกร่างฯ ตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่กมธ.ยกร่างฯ ลาออกจากตำแหน่ง
โดยหลักเกณฑ์ที่ระบุนั้น คือ ให้ที่ประชุม สปช.ลงคะแนนเลือก สปช.ที่สมัครเข้ารับการคัดเลือก และให้ สปช.ที่รับเลือกคะแนนสูงสุดเข้ารับตำแหน่งแทน ส่วนกรณีที่ระบุว่าให้เลื่อน สปช.ที่ลงสมัครเป็น กมธ.ยกร่างฯรอบที่ผ่านมาในลำดับถัดไปเลื่อนมาทำหน้าที่แทนนั้น อาจไม่สามารถนำมาใช้ได้ แต่ข้อเท็จจริงต้องให้ที่ประชุมพิจารณาอีกครั้ง





