ปลัด สธ.ค้านข้อเสนอยุบรพ.อำเภอ เหลือเป็นแค่สาขารพ.ใหญ่ ยืนยันแนวทางปฏิรูป ต้องกระจายผู้ป่วยจากรพ.ใหญ่ ไปรพช. ไม่ใช่รวมงานไว้ที่ รพ.ใหญ่
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณี นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) เสนอให้ สธ.ปรับโครงสร้าง โดยยุบโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) ที่ดูแลประชากรในพื้นที่น้อยกว่า 2 หมื่นคน และประสบปัญหาภาวะขาดสภาพคล่อง ให้เป็นอาคารผู้ป่วยนอกสำหรับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ใกล้เคียง ว่า แนวทางดังกล่าวจะกลายเป็นการสร้างภาระงานให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะการปฏิรูประบบบริการสุขภาพของ สธ.ขณะนี้คือ เขตสุขภาพที่พยายามถ่ายงานจำนวนมากในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้มีคนไข้รอคิวจำนวนมาก ไปยังโรงพยาบาลขนาดเล็กหรือ รพช.ใกล้เคียงที่ไม่มีงาน ไม่ใช่ยุบงานทั้งหมดมารวมไว้ที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ซึ่งการถ่ายงานไปยัง รพช. ก็จะช่วยให้เขามีงานและมีเงิน ที่สำคัญยังเป็นการสร้างความรู้สึกของการมีคุณค่าที่ได้ทำงานด้วย
ยกตัวอย่าง รพ.บางกล่ำ จ.สงขลา ซึ่งเป็น รพช.ที่ใกล้โรงพยาบาลขนาดใหญ่นั่นก็คือ รพ.หาดใหญ่ พบว่า ที่ผ่านมา รพ.บางกล่ำไม่มีคนไข้ในเลย อัตราการครองเตียงไม่ถึง 40% ส่งผลให้ได้รับการจัดสรรงบประมาณบัตรทองแต่ละปีเป็นจำนวนน้อย จนประสบปัญหาภาวะขาดทุน จึงมีการหารือร่วมกันระหว่างสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รพ.หาดใหญ่ และ รพ.บางกล่ำ ว่าควรปรับระบบและมีการถ่ายงานที่ รพ.บางกล่ำสามารถทำได้มา เพื่อให้เกิดการใช้เตียงอย่างคุ้มค่า จึงเลือกงานส่วนของเวชศาสตร์ฟื้นฟูมาดำเนินการ ก็ช่วยลดความแออัดใน รพ.หาดใหญ่ได้
"ข้อกังวลที่ว่า รพช.จะไม่ยอมรับการทำงานนั้น ขึ้นอยู่กับการเจรจา หากเจรจาดี กระจายผู้ป่วยให้ รพช.ดูแลในส่วนที่เขาสามารถทำได้ เขาก็จะยอมรับงาน อย่าง รพ.บางกล่ำ จากการที่พูดคุยกับบุคลากรก็พบว่า พยาบาลบอกว่าหลังจากได้รับการถ่ายงานมาเขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าที่ได้ทำงาน หรืออย่าง รพ.นาหม่อม จ.สงขลาก็เช่นกัน เภสัชกรประจำโรงพยาบาลสามารถเตรียมยามะเร็งที่มีความยุ่งยากได้ เพราะเมื่อรับกระจายงานและผู้ป่วยมา หมอโรงพยาบาลใหญ่ก็มาสอนหมอ รพช. พยาบาลมาสอนพยาบาล เภสัชกรมาสอนเภสัชกร รพช.ก็สามารถอยู่ได้ ไม่จำเป็นต้องปิดตัว ซึ่งจริงๆ แล้วยังมีโรงพยาบาลรอบหาดใหญ่อีกหลายแห่งที่เตรียมจะเดินหน้าหารือว่าจะพร้อมรับบริการอะไรไปดูแลได้บ้าง"นพ.ณรงค์กล่าว
นพ.ณรงค์ กล่าวด้วยว่า สธ.ยังได้วางแผนพัฒนา รพช.ขนาดใหญ่ 120 เตียงขึ้นไป ซึ่งมีอยู่ 20 แห่งทั่วประเทศ ให้มีศักยภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย มีแพทย์เฉพาะทาง 6 สาขาหลัก ได้แก่ อายุรกรรม ศัลยกรรม สูตินรีเวช เด็ก กระดูก และวิสัญญี สาขาละ 2 คนเป็นอย่างน้อย มีห้องผ่าตัด ห้องคลอด หอผู้ป่วยหนัก ห้องปฏิบัติการและห้องเอกซเรย์ เพื่อประกอบการวินิจฉัยรักษาของแพทย์เฉพาะทาง รองรับผู้ป่วยที่ส่งต่อมาจาก รพช.ขนาดเล็กในพื้นที่ ลดการส่งต่อไปโรงพยาบาลจังหวัด และสนับสนุนการทำงานของทีมหมอครอบครัวของแต่ละอำเภอ





