วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โรคเหน็บชาหวนกลับ! พบนักโทษป่วยกว่า70คน

โรคเหน็บชาหวนกลับ! พบนักโทษป่วยกว่า 70 คน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชี้มีโอกาสเกิดอาการทางสมอง รักษาไม่ทัน ความจำเสื่อม

ในการเสวนา DDC Forum นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2557 พบผู้ป่วยมีอาการแขนขาอ่อนแรง ชาตามปลายมือ ปลายเท้า และชาตามร่างกาย 78 ราย มีอาการรุนแรง 3 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 2 ราย โดยผู้ป่วยทั้งหมดเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากการสอบสวนโรค พบว่า ผู้ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากการขาดวิตามินบี 1 หรือภาวะเป็นโรคเหน็บชา ซึ่งการมีผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในครั้งนี้เป็นการเกิดขึ้นหลังจากที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ที่นับเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญมากปัจจัยหนึ่งในการทำให้ผู้ที่มีภาวะปริ่มๆขาดวิตามินบี 1 กลายเป็นการขาดวิตามินบี 1 จนแสดงอาการออกมา

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากการขาดวิตามินบี 1 หรือภาวะเป็นโรคเหน็บชา ส่วนใหญ่มักมีอาการอ่อนแรงและชา ที่แขนและขา ปลายมือ ปลายเท้า บวม แดง ส่วนการขาดวิตามินบี 1 เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีวิตามินไม่เพียงพอ เช่น การรับประทานแต่ข้าวขาวที่ผ่านการขัดสี หรืออาหารที่มีสารทำลายวิตามินบี 1 ได้แก่ ปลาน้ำจืดดิบ หอยลายดิบ ปลาร้า ใบชา ใบเมี่ยง หมากพลู ปลาส้มดิบ แหนมดิบ เป็นต้น กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่ดื่มสุราประจำ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตร เด็กวัยเจริญเติบโต ผู้ที่รับประทานอาหารที่ไม่มีวิตามินบี 1 ผู้ต้องขังในเรือนจำ และชาวประมงที่ออกทะเลนานๆ

“ในการป้องกันโรคประชาชนควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และหลากหลาย ได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่ นม ข้าวซ้อมมือหรือข้าวกล้อง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองและถั่วเมล็ดแห้ง รวมทั้งผักใบเขียว ที่สำคัญต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีตัวทำลายวิตาบินบี 1 หากต้องการรับประทานควรปรุงด้วยความร้อนจนสุก ส่วนในโรงเรียน เรือนจำ สถานกักกัน และสถานรับเลี้ยงเด็ก คนชรา ควรจัดหาข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือให้รับประทาน ปรับรายการอาหารให้ครบ 5 หมู่ และมีความหลากหลาย สด ใหม่ หากเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อในสถานที่ดังกล่าว ควรแจ้งสำนักงานสาธารณสุขในการสอบสวนโรค และควรมีแผนการคัดกรองภาวะโภชนาการ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นประจำทุกปี" นพ.โสภณ กล่าว

ด้านศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการโคทางสมอง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวรพ.จุฬาฯได้ร่วมตรวจสอบว่าเกิดจากการติดเชื้อหรือไม่ เนื่องจากหากเกิดจากการติดเชื้อกังวลว่าจะมีการะบาดออกเป็นวงกว้าง โดยตรวจสอบไวรัสใน 9 กลุ่มครอบครัวจำนวนหลายร้อยตัวที่เกี่ยวข้องกับโรคทางสมองและไขสันหลังอักเสบ พบว่าไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เมื่อมีการสอบสวนโรคพบว่าเกิดจากภาวะขาดวิตามินบี 1 ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการทางสมองได้ เช่น ซึม ตาเห็นภาพซ้อน หรือเดินเซ หากรักษาไม่ทันท่วงทีเมื่อหายแล้วจะมีความจำเสื่อม

“โรคภาวะขาดวิตามินบี 1 หรือโรคเหน็บชา อาจถือได้ว่าเป็นโรคที่หายสาบสูญไปจากประเทศไทยแล้ว จนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ต้องถอดวิตามินบีรวมออกจากหลักประกันสุขภาพ แต่ปัจจุบันพบผู้ป่วยอีก ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าโรคนี้จะพบในคนที่ผอมแห้งแรงน้อย แต่แท้จริงคนปกติทั่วไปก็ป่วยโรคนี้ได้ จากพฤติกรรมการกินที่จะขาดวิตามินบี 1 ทั้งการกินแต่ข้าวขาว อาหารขยะต่างๆ หรืออาหารบางชนิดที่มีสารทำลายวิตามินบี 1 โดยที่ผ่านมาพบผู้ป่วยเป็นนักกีฬาหรือผู้ใช้แรงงานที่มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ เพราะกินข้าวขาวอย่างเดียวปริมาณมาก ซึ่งไม่มีวิตามินบี 1 ก็เกิดภาวะพร่องวิตามินบี 1 ทันทีทันใดได้ จึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของคนไทย และควรเสนอให้การกินข้าวกล้องเป็นวาระแห่งชาติ”ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าว

นพ.กมล แซ่งปึง แพทย์โรงพยาบาลบึงกาฬ กล่าวว่า หลังจากเกิดกรณีผู้ป่วยดังกล่าว รพ.บึงกาฬได้ลงพื้นที่เพิ่มเติม โดยดำเนินการตรวจผู้ต้องขังที่ป่วย ผู้ต้องขังในเรื่องจำเดียวกันที่ไม่ได้ป่วยและเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้อยู่ในเรือนจำ พบว่า มีภาวะขาดวิตามินบี 1 เช่นกัน จึงคาดว่าคนในพื้นที่อาจจะมีภาวะนี้อยู่เดิม จากนี้เตรียมที่จะเก็บข้อมูลคนในพื้นที่เพื่อให้ทราบว่ามีภาวะขาดวิตามินบี 1 หรือไม่ โดยจะเก็บข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่กินปลาร้าดิบ ปลาร้าสุกและผู้ที่ไม่กินปลาร้า เนื่องจากมีสมมติฐานว่า ปลาร้าอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการขาดวิตามินบี 1 เนื่องจาก ปลาร้ามีสารที่ทำลายวิตามินบี 1