วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ยกร่างฯเคาะส.ว.ไม่เกิน200คน อยู่วาระเดียว6ปี

กมธ.ยกร่างรธน.เคาะ ส.ว.ไม่เกิน 200 คน อยู่ 6 ปีวาระเดียว ตัดโควต้า"สื่อ"ร่วมมีอำนาจสอบประวัติครม.ก่อนทูลเกล้าฯ

ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงว่า การพิจารณาส่วนที่ 3 วุฒิสภา มาตรา 123 กำหนดให้ส.ว.มีจำนวนไม่เกิน 200 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยทางอ้อมจากบุคคล ดังนี้ (1) ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกา เลือกกันเองให้ได้ไม่เกิน 10 คน (2) ผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการฝ่ายพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าซึ่งเป็นตำแหน่งบริหาร ข้าราชการฝ่ายทหารซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ พนักงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าองค์กรดังกล่าว เลือกกันเองประเภทละไม่เกิน10 คน แต่ต้องไม่เป็นผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น (3) ผู้แทนองค์กรวิชาชีพหรืออาชีพที่มีกฎหมายจัดตั้ง ซึ่งเลือกกันเองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.จำนวนไม่เกิน 10 คน

(4) ผู้ซึ่งมาจากการเลือกกันเองขององค์กรด้านเกษตรกรรม แรงงาน วิชาการ ชุมชน ท้องถิ่น จำนวนไม่เกิน 50 คน (5) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเมือง ความมั่นคง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษา การเศรษฐกิจ สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ผังเมือง ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคม ชาติพันธุ์ ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม คุ้มครองผู้บริโภค เด็ก เยาวชน สตรี ผู้พิการ ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และอื่นๆ ตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.จำนวนไม่เกิน 100 คน และในมาตรา 128 สมาชิกวุฒิสภามีกำหนดคราวละ 6 ปี และจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันสองวาระ มิได้

ด้านนายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานกมธ.ยกร่างฯคนที่ 2 กล่าวว่า ในตอนแรกมมีการบัญญัติคำว่า ด้านสื่อมวลชนไว้ใน(4) แต่ตนได้เสนอให้ตัดออกไป เพราะต้องการให้อาชีพสื่อมวลชนปลอดจากการเมือง ตามหลักการสื่อฯต้องวางตนเป็นกลางทำหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นต่างๆอย่างตรงไปตรงมาไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากเข้าไปเข้าไปเป็นส.ว.เกรงว่าจะไม่มีอิสระในการแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยกับนายจักกฤษ พูนเพิ่มประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและนายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายกสมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยแล้วและทั้งสองคนก็เห็นด้วย

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า กำหนดว่าผู้ที่เคยเป็นส.ว.พ้นตำแหน่งมาไม่เกิน 2 ปีจะเป็นรัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆในองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐไม่ได้ ส่วนในมาตรา 132 กำหนดว่าเมื่อมีนายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลให้ทรงแต่งตั้งรัฐมนตรีทั้งคณะหรือเป็นรายบุคคล วุฒิสภาจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อก่อน แล้วรายงานต่อวุฒิสภาเพื่อแจ้งให้นายกฯทราบ แต่จะมีมติเห็นชอบหรือไม่ มิได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาบังคับใช้กับการเสนอแต่งตั้งปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าหน่วยราชการที่เทียบเท่าปลัดกระทรวง อธิบดี หรือผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของรัฐวิสาหกิจด้วยโดยอนุโลม ทั้งนี้การดำเนินการของกมธ.จะเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมกมธ. มีการอภิปรายกันในเรื่องวาระของวุฒิสภา เดิมมีวาระ 3 ปี แต่ในรัฐธรรมนูญใหม่ มีวาระ 6 ปี โดยมีกมธ.บางส่วน ได้อภิปรายไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า อายุยาวนานเกินไป ซึ่งฝ่ายเลขานุการ ได้ชี้แจง ว่า ที่ต้องเปลี่ยนเป็นวาระ 6 ปีนั้น เพราะหากส.ว. อายุ 3 ปี จะสั้นกว่าอายุส.ส. ซึ่งที่ผ่านมาส.ส.ก็อยู่ไม่ครบวาระ 4 ปี และหากเกิดการหมดอายุพร้อมกันกับส.ส. จะยุ่งวุ่นวายมาก ถึงแม้จะให้สว.ให้ปฎิบัติหน้าที่ต่อได้ แต่จะเป็นปัญหาได้ เพราะในภาวะที่ไม่แน่นอนและหากอายุ 3 ปี บุคคลใน(1) จะถอยกันหมด