background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

บิ๊กตร.ชี้พฤติการณ์'ถวิล' สั่งไม่ให้แบงก์ตรวจบัญชีสจล.

บิ๊กตร.ชี้พฤติการณ์'ถวิล' สั่งไม่ให้แบงก์ตรวจบัญชีสจล.

กองปราบฯแจ้ง 5 ข้อหา "ศ.ดร.ถวิล" อดีตอธิการบดี สจล.‏ บิ๊กตร.ชี้พฤติการณ์ สั่งไม่ให้แบงก์ตรวจบัญชี สจล. ชี้ผู้บริหารไม่ควรทำแบบนี้

เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 24 ก.พ. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผช.ผบ.ตร.ในฐานะโฆษกตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีลักเงินกองกลางสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้เรียก ศ.ดร.ถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มาสอบปากคำเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังสงสัย นอกจากนี้ยังมีอดีตผู้บริหาร สจล. อีก 2 ราย ที่มีอำนาจในการเซ็นเอกสารเบิกถอนในช่วงปี 2555-2557 มาพบพนักงานงานสอบสวนด้วย ส่วนจะมีการแจ้งดำเนินคดีข้อหาใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับสำนวนการสอบสวนว่า จะเข้าข่ายความผิดใด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่มั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่ว่าจะสามารถเชื่อมโยงไปยังผู้ต้องหาได้


ต่อมาเวลา 09.00 น. ศ.ดร.ถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) พร้อมทนายความส่วนตัวเดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผช.ผบ.ตร. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. และพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคดีลักเงินกองกลางสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) 1,494 ล้านบาท โดย ศ.ดร.ถวิล มีอาการวิตกกังวลเล็กน้อย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใด ทั้งนี้อยากให้มีการสาวให้ถึงต้นตอผู้กระทำผิด เพราะในช่วงที่มีการลักทรัพย์เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2555-2557 มีทีมผู้บริหาร ถึง 3 ชุด คือชุดตน ชุดก่อนตน และชุดหลังตน ที่มีอำนาจในการเซ็นเบิกถอน ส่วนการเซ็นเอกสารในขณะที่ดำรงตำแหน่ง จำไม่ได้ว่าเคยเซ็นเอกสารอะไรบ้างหรือมีการยัดไส้เอกสารหรือไม่ ทั้งนี้พร้อมที่จะสู้คดี และยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมเตรียมหลักทรัพย์ขอยื่นประกันตัวทันที


พล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยว่า วันนี้ สจล.ได้มอบอำนาจให้ตัวแทนสถาบันแจ้งความดำเนินการกับ 3 อดีตผู้บริหารสจล. ได้แก่ ศ.ดร.ถวิล พึ่งมา นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ และนายศรุต ราชบุรี โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานายถวิล เดินทางมาให้ปากคำพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาทั้งหมด 5 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันลักทรัพย์ ,ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ,เป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่ดูแลรักษาทรัพย์ เบียดเบียนทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือของผู้อื่นโดยทุจริต ,เป็นเจ้าพนักงานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ม.157 และร่วมกันฟอกเงิน ตาม พรบ.ฟอกเงิน ทั้งนี้หลังจากสอบปากคำ ศ.ดร.ถวิล เสร็จ พนักงานสอบสวนจะนำตัวไปฝากขังยังศาลจังหวัดมีนบุรี


พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำนายถวิลเบื้องต้น ยังให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง และจำไม่ได้ว่าเคยเซ็นชื่อไปตอนไหนบ้าง แต่จากพยานหลักฐานและพฤติกรรมพบพิรุธ เนื่องจากศ.ดร.ถวิล ลงนามเปิดบัญชีสถาบันก่อนที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งอธิการบดี รวมทั้งเป็นผู้เซ็นปิดบัญชีหลังจากหมดสถานภาพการเป็นอธิการบดีแล้ว และยังทำหนังสือลงนามถึงธนาคารพร้อมระบุไม่อนุญาตให้ธนาคารตรวจสอบบัญชี หรือสถานะทางการเงินของสถาบัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะปกติแล้วทางผู้บริหารสถาบันจะไม่ทำแบบนี้ นอกจากนี้ยังพบว่า ศ.ดร.ถวิล ได้ทำหนังสือรับรองความประพฤติให้กับนายทรงกลด ในช่วงที่ทางธนาคารพบพิรุธในพฤติกรรมและเตรียมจะโยกย้ายหรือให้นายทรงกลดออก ดูแล้วศ.ดร.ถวิล มีความสนิทสนมกับนายทรงกลด ศรีประสงค์ หนึ่งในผู้ต้องหาเกินกว่าปกติ ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะไปเชื่อมในเรื่องการเงินตรงส่วนไหนอยู่ระหว่างกำลังตรวจสอบ ส่วนเรื่องของลายเซ็นที่มีอำนาจในการโอนเงินของสถาบันนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน


ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มอดีตผู้บริหาร 3 คนนี้ ใช่ตัว “บอส” ตามที่มีการกล่าวอ้างหรือไม่ พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า น่าจะใกล้เคียง น่าจะเป็นกลุ่มอดีตผู้บริหารสจล.ทั้ง 3 รายนี้ ส่วนจะมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังคอยบงการหรือไม่นั้นเท่าที่ปรากฎในตอนนี้ยังไม่ชัดเจน ทั้งนี้เชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีก แต่ไม่ใช่ระดับผู้บงการ อย่างไรก็ตามได้ประสานทางอัยการเพื่อติดตามจับกุมนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหาคนสำคัญที่เชื่อว่ายังคงหลบหนีอยู่ในประเทศอังกฤษ ซึ่งหากจับกุมตัวได้ จะสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ทั้งหมด
ทั้งนี้ในส่วนของนายสรรพสิทธิ์ และนายศรุต พนักงานสอบสวนนัดหมายมาสอบปากคำในเวลา 10.00 น. แต่นายสรรพสิทธิ์ติดภารกิจ จึงขอเลื่อนมาพบในเวลา 10.00 น.วันที่ 25 ก.พ.นี้