วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'ยัน'ทักษิณ'ไม่ได้ติดต่อขอเจรจา

"ประยุทธ์"ยัน"ทักษิณ" ไม่ได้ติดต่อขอคุย บอกไม่ยุ่ง จะไปไหนก็ไป ลั่นก้าวพ้นกับดักไปแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงภายหลังการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีและคสช.ถึงการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองว่า ก็เดินหน้าตามโรดแมปเรื่องความมั่นคงก็ดูเรื่องความปลอดภัย ใครที่มีการเคลื่อนไหวแล้วผิดกฎหมายก็ดำเนินคดีให้เต็มที่เท่านั้นเอง

“การเมืองคือการเมือง ผมไม่ใช่การเมือง ผมอาจจะมองดูเป็นรัฐบาล มองดูเป็นการเมือง แต่ผมไม่ได้มาด้วยวิธีการเมือง ผมยังยืนยันเสมอว่าผมไม่ใช่นักการเมือง ผมมาบริหารในช่วงเวลาที่มันวิกฤต ด้วยวิธีพิเศษบวกปกติ ภายใต้แรงกดดันของสังคม ของสื่อ ของต่างประเทศ แต่ผมยืนยันว่าผมไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นไม่คิดเอาว่าผมทำเพื่ออะไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พยายามติดต่อมายังนายกรัฐมนตรีนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่ยุ่ง จะไปไหนก็ไปเถอะไป จะไปไหนท่านก็ไปของท่านอยู่แล้ว อย่ามายุ่งกับผม เพราะผมก้าวหลุดพ้นกับดักพวกนี้ไปหมดแล้ว ไปว่ากันตามกฎหมาย อย่ามาเอาผมไปรบกับคนนั้น คนนี้ ผมขี้เกียจ ผมไม่เอาด้วยแล้ว ถามไม่พ้นสักที” เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าไม่มีการพยายามติดต่อเข้ามาใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่มี”

เมื่อถามว่า นายกฯ เป็นอะไรหรือไม่ ดูเหมือนการให้สัมภาษณ์บางช่วงได้แสดงอาการท้อออกมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่มีท้ออยู่แล้ว บังเอิญช่วงนั้นพอดีน้ำลายจุกคอ ไม่มีอะไร ผมไม่ใช่หน้าดราม่า ไม่ใช่นักแสดง”

เมื่อถามว่ามั่นใจแค่ไหนว่าเมื่อเสร็จภารกิจจากการปฏิรูปทุกๆ ด้านแล้ว สถานการณ์ทางการเมืองจะสดใสและดีขึ้นกว่าเดิม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้การปฏิรูปยังไม่เริ่มเลย จะมาถามอะไร ทำไมมันช้าเกินไปหรืออย่างไร ตนเองก็คาดหวังการทำงานทั้งหมดที่ผ่านมาก็ต้องคาดหวังว่าจะให้ทุกอย่างดีขึ้นกว่าเดิม ถ้าทำแล้วแย่กว่าเดิมจะทำไปทำไม แต่ปัญหาคือทุกคนจะต้องร่วมมือกับตน ไม่ว่าตนจะคิด จะทำหรือสั่งอย่างไร หรือแก้ไขอย่างไร แต่ถ้าทุกคนยังมุ่งที่จะกลับมาสู่ที่เดิมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ก็คงต้องก้าวไปติดกับดักอยู่เช่นเดิมก็ตามใจ และก็ขอให้สื่อไปตั้งคำถามจากรัฐบาลชุดต่อไปด้วยว่าได้ทำต่อจากสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ได้ทำไปแล้วหรือยัง เหมือนที่มาถามกับตนว่าได้แก้ปัญหาจากรัฐบาลชุดที่ผ่านๆ มาทำไว้หรือยัง ซึ่งบางอย่างก็อาจจะทำเสร็จ แต่บางอย่างถ้าทำไม่เสร็จก็ต้องส่งต่อไปยังรัฐบาลชุดถัดไป

เมื่อถามว่า อุปสรรคอะไรที่จะทำให้ คสช.เดินหน้าตามโรดแมปไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวติดตลกว่า “ผมไม่สบายล่ะมั้ง ทุกวันนี้ผมก็ทำงานตลอดเวลาท่ามกลางอุปสรรคที่มีเยอะแยะทั้งสิ่งแวดล้อม ปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ ความร่วมมือของคนภายในประเทศ ซึ่งทุกวันนี้ผมก็ได้รับไปรษณียบัตรจากเด็กๆ ทำให้ผมชื้นใจ มีบางคนเขียนให้กำลังใจขอให้ลุงตู่สุขภาพแข็งแรง พักผ่อนบ้างนะคะลุงตู่ ทำไมเด็กมันรักผม แต่ผู้ใหญ่กลับไม่ชอบผมเลย”

ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วนายกรัฐมนตรีเปิดช่องทางอะไรให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเลี่ยงโดยขอให้ผู้สื่อข่าวลองพูดชมเชยการทำงานของตนเองบ้าง ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวรายหนึ่งกล่าวชมว่า นายกฯแก้ปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์ได้ดีกว่าทุกรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้แสดงความพึงพอใจ และย้อนถามกลับอีกว่ามีเพียงเรื่องเดียวหรือที่ชม เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่าก็มีอีกหลายเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “อย่างนี้ซิ เขียนให้มันดีๆ อย่างนี้ซิ”

จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงถามย้อนกลับว่า นายกรัฐมนตรีชมการทำงานของสื่อมวลชนบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ฉันไม่เคยว่าอะไรเธอเลยนะ ที่ผ่านมาก็ชมว่าสื่อก็น่ารัก ทุกคนต่างมีความรับผิดชอบ สื่อดีๆ ก็เยอะแยะไป ฉันไม่ได้สื่อทุกคนเสียเมื่อไหร่”

เมื่อถามย้ำว่าวันนี้ทัศนคติของนายกรัฐมนตรีต่อสื่อมวลชนดีขึ้นหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมดีมาตลอดจากวันแรกจนถึงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ผมเป็นคนรักเดียวใจเดียวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อรักก็คือรัก แล้วผมก็ถูกสอนมาว่าถ้าคนที่เคยรักกันอยู่แล้วมันมีอะไรที่ผิดใจกันก็เติมความดีให้กับเขา ถึงแม้ว่าสื่อบางคนจะยั่วโมโหผมอยู่บ้าง ผมก็เพิ่มความดีให้กับสื่ออื่นๆ เขา มันจะชดเชยแล้วผมก็จะโกรธลดลง” 

เมื่อถามว่า ขอให้นายกฯ ชี้ชัดมาเลยว่าใครที่เป็นคนชอบยั่วโมโหและทำให้โกรธ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นคนๆ ไป และคนละเวลา วันนี้อาจเป็นคนนี้ พรุ่งนี้อาจเป็นอีกคน คนละวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินกลับขึ้นไปบนห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวพร้อมสอบถามความเห็นเกี่ยวกับการจัดตลาดนัดกล้วยไม้คุณภาพและตลาดน้ำคลองผดุงกรุงเกษมที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 1 มี.ค. โดยถามว่าการจัดดังกล่าวดีหรือไม่ แต่แม่ค้าบางรายก็เริ่มจะพายเรือกันไม่ไหว ปวดแขน สามีอยากให้กลับบ้าน แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีการจัดขายสินค้าอื่นอีกหรือไม่ อาจจะขายข้าวพันธุ์ต่างๆ พืชผัก ผลไม้หรืออาจจะขายวัว ขายควายบ้างก็ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้คิด อยากให้ขายอะไรก็บอกมา