"หลวงปู่พุทธะอิสระ" ย้ำปีนี้สู้เพื่อพระธรรมวินัย ลั่นไม่กลัว "พระมหาโชว์" พร้อมเผยขอความเห็นผู้นำคณะสงฆ์ทั้ง2 นิกาย
เพจเฟซบุ๊คของหลวงปู่พุทธะอิสระ ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเดินสายยื่นหนังสือเกี่ยวกับมหาเถรสมาคม กรณีพระธัมมชโย โดยสรุปว่า ปีที่แล้วสู้เพื่อชาติ ปีนี้ขอสู้เพื่อพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา
วานนี้ เทียนฉาย กีระนันทน์ ได้เชิญไปคุยกันในห้อง ใช้เวลาพูดคุยกันร่วมชั่วโมง ต่างฝ่ายต่างแลกเปลี่ยนความคิดมุมมองกันและกัน ซึ่งได้เสนอแนะคุณเทียนฉายว่า ให้ช่วยผลักดันการปฏิรูปสังฆมณฑล และผลักดันให้เกิดองค์กรพิทักษ์พระธรรมวินัย และแบ่งเบางานจากมหาเถรสมาคมในเรื่องการศึกษา บริหารสาธารณูปการ นิติบัญญัติ ตุลาการ เพราะเป็นงานที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและมีประสบการณ์เข้ามาช่วยมหาเถรสมาคมทำงาน ศาสนกิจของศาสนจักร จะได้เดินรุดหน้าควบคู่ไปกับอาณาจักร อย่างพึ่งพาอาศัยกันและกัน ไม่ใช่เตะถ่วงหน่วงเหนี่ยวกันอยู่เช่นทุกวันนี้
ส่วนงานปกครองยังเป็นอำนาจของกรรมการมหาเถรสมาคม ที่ต้องทำและยังต้องทำหน้าที่กำกับดูแลองค์กรพิทักษ์พระธรรมวินัย ให้เป็นไปตามนโยบายที่มหาเถรสมาคมกำหนด
"ฉันยังเสนอให้คณะทำงานของคุณไพบูลย์ได้เข้าไปกราบนมัสการ พูดคุยกับผู้นำคณะสงฆ์ทั้ง ๒ นิกายว่าเห็นควรอย่างไร และมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งมหาจุฬาและมหามงกุฎ ซึ่งคุณเทียนฉายได้เห็นด้วยอย่างยิ่งในวิธีนี้ และรับปากว่าจะประสานคณะของคุณไพบูลย์ให้เข้าไปกราบนมัสการพูดคุยกับผู้นำคณะสงฆ์ทั้ง ๒ นิกาย เพื่อจะได้รับทราบถึงหลักคิดของพระเถระผู้ใหญ่"
หลังฉันเพลเสร็จต้องรีบเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อพบหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นหนังสือและพบปะพูดคุยตามประสาคนคุ้นเคย ฉันจึงยื่นหนังสือให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายก เพื่อผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ให้ช่วยสนับสนุนผลักดันให้เกิดการปฏิรูปพระพุทธศาสนา เพื่อดำรงรักษาไว้ซึ่งพระธรรมวินัยอันบริสุทธิ์ บริบูรณ์
"ท่านปนัดดาน่ารักมาก ออกมาต้อนรับและส่งด้วยกิริยาสมกับลูกหลานผู้ดีมีชาติตระกูล"
เสร็จแล้วก็ต้องรีบออกเดินทางไปดีเอสไอ ไปพบกับท่านอธิบดีดีเอสไอ นัดท่านไว้บ่ายสอง หลังจากได้พบแล้วยื่นหนังสือพร้อมแจ้งความประสงค์ และติดตามคดีเก่าที่เคยไปแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ ๒ คดีคือ คดีเงินกองทุนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ที่วัดธรรมกายได้รับบริจาคไป700กว่าล้าน และคดีรถหรูที่ดีเอสไอทำค้างอยู่ว่าไปถึงไหนแล้ว
"มีโทรทัศน์ช่องหนึ่งโทรมาจะนิมนต์ไปที่ห้องส่งเพื่อถกกับมหาโชว์แห่งจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นพระเสื้อแดง ฉันเลยถามกลับไปว่า เหตุการณ์วุ่นวายเสียหายที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาทุกวันนี้ ยังเสียหายไปพออีกหรือ สื่ออย่างคุณยังมานิมนต์ฉันไปทะเลาะถกเถียงกับมหาโชว์เพื่อสร้างเรตติ้งให้แก่ช่องคุณ คุณขายโฆษณาได้ แต่พระพุทธศาสนาเสียหาย เช่นนี้คือวิธีคิดของการทำธุรกิจโทรทัศน์ของช่องคุณหรือ คุณไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมเลยหรือไง
"ฉันน่ะไม่กลัวมหาโชว์หรอกนะ แต่ไม่เหมาะที่จะให้พระไปนั่งเถียงกัน ทะเลาะกัน เพื่อสร้างเรตติ้งให้แก่ช่องคุณ ฉันคิดต่อว่า แค่นี้ฉันก็อายพี่น้องอิสลามและคริสต์จะแย่อยู่แล้ว"





