เครือข่ายชาวพุทธฯ"ร้องนายกฯเบรค"ไพบูลย์-พุทธะอิสระ" เสนอให้ยุบคกก.ปฏิรูปศาสนา สปช. ลั่นไม่ได้สู้เพื่อวัดไหน ไม่ยุบคกก.ขู่ลุกฮือต้าน
เมื่อเวลา 9.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศูนย์บริการประชาชน อาคารสำนักงานก.พ. มีพระสงฆ์และฆราวาสในนาม “เครือข่ายองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย” นำโดยพระเมธีธรรมาจารย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และรองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านศูนย์บริการประชาชนฯ เพื่อขอให้สั่งการระงับพฤติกรรมการล่วงละเมิดมหาเถรสมาคมและพระพุทธศาสนาของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ และพระวิสุทธิ์ ธีรธัมโม หรือ หลวงปู่พุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ที่นำมวลชนไปวัดปากน้ำภาษีเจริญ พร้อมกับขอให้ยกเลิกคำสั่งสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ 8/2558 ที่แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปแนววทางและมาตรการป้องกันพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาเพราะเห็นว่าคณะกรรมการส่วนใหญ่มาจากบุคคลที่มีความสุดโต่งทางการเมืองและศาสนาและมีเงื่อนไขที่จะเข้ามาบริหารจัดการกิจการของคณะสงฆ์
หนังสือร้องเรียนระบุอีกว่า ตั้งแต่โบราณมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนที่ตั้งคณะบุคคลมาเพื่อดำเนินกิจการทางพระศาสนา อีกทั้งคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ในการยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คณะสงฆ์ฉบับใหม่ ไม่มีส่วนร่วมของคณะสงฆ์ ไม่เฉพาะแต่มหาเถรสมาคมเท่านั้น แต่คณะสงฆ์ทั้งประเทศไม่มีส่วนร่วม วันนี้จึงมายื่นหนังสือเพื่อช่วยเหลือนายกรัฐมนตรี เนื่องจากคณะกรรมการชุดดังกล่าวทำหน้าที่ได้เพียง 1 เดือนก็มีปัญหามากมาย มีความเห็นแตกแยก มีการแบ่งฟักฝ่ายมากมาย ดังนั้นหากยังคงมีคณะกรรมการชุดนี้ไว้จะยิ่งสร้างความแตกแยกทั้งในสังคมและวงการพระสงฆ์มากขึ้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพูดคุยกับประธาน สปช.เพื่อยกเลิกคำสั่งดังกล่าวภายใน 15 วันและหากไม่ได้รับการพิจารณาก็จะมีการเคลื่อนไหวอื่น ๆ ภายใต้กรอบพระธรรมวินัยต่อไป
ด้านพระมหาโชว์ ทสสนีโย รองผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) กล่าวว่า คณะกรรมการปฏิรูปพระพุทธศาสนาทั้ง 16 คน อาทิ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ซึ่งมีส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญ ปี 50 ซึ่งกระทบต่อคณะสงฆ์ตั้งแต่แรก และไม่เคยส่งเสริมพุทธศาสนาอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งสมาชิกคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้ทำงานเพื่อส่งเสริมศาสนาอย่างแท้จริง และไม่มีส่วนร่วมจากคณะสงฆ์แม้แต่รูปเดียว จะสร้างโครงสร้างของพระสงฆ์แต่คณะสงฆ์ยังไม่ทราบ เมื่อทำเสร็จแล้ว พระคุณเจ้าจะต้องเป็นอย่างที่ร่างขึ้น จึงเท่ากับเป็นการอาฆาตศาสนามากกว่าที่จะมาปฏิรูป ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการปฏิรูปในเรื่องศาสนา ขณะที่การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินนั้นก็สามารถตรวจสอบได้เอง โดยมีคณะสงฆ์เป็นนิติบุคคล ทั้งนี้เห็นว่าขณะที่คนไทยแบ่งฝักฝ่ายเป็นสีต่างๆ นั้น ศาสนาจะเป็นที่พึ่งเดียวของสังคม ดังนั้นหากมาแตะต้องพระพุทธศาสนาที่มีการปกครองมายาวนานกว่าพันปี ก็ควรจะให้พระสงฆ์มีส่วนในการรับรู้ รับทราบด้วย ซึ่งในส่วนกฎหมายที่จะต้องเดินหน้า อาทิ กฎหมายอุปถัมป์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา กฎหมายธนาคารพุทธ กฎหมายการบริหารกิจการพุทธศาสนา ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยนายสมัคร สุนทรเวช และสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้
ด้านนายเสถียร วิพรมมา รักษาการนายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา กล่าวถึงการเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์บริการประชาชนว่า ขอให้มีระเบียบปฏิบัติที่เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์จากที่ใดก็ตาม ขอให้นับถือสถานะของสงฆ์ให้เท่าเทียมกัน
จากนั้น พระเมธีธรรมาจารย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการยื่นหนังสือว่า ที่คณะสงฆ์ที่ร้องเรียนมาในวันนี้ไม่ได้มีเจตนาปกป้องวัดใดวัดหนึ่งหรือพระรูปใดรูปหนึ่ง เพราะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน โดยคณะกรรมการปฏิรูปชุดนี้มีเจตนาที่ผิด เนื่องจากคิดว่าพระสงฆ์มีปัญหามาก อาตมาเป็นห่วงผู้ที่เข้ามาเป็นคณะกรรมการชุดนี้เนื่องจากมีความสุดโต่งทางด้านศาสนาและการเมือง ซึ่งบุคคลดังกล่าวไม่ได้มีส่วนร่วมหรือความตั้งใจที่จะปฏิรูปพระสงฆ์อย่างแท้จริง อาตมาและคณะไม่ได้เป็นห่วงว่าตนเองจะถูกตรวจสอบหรือคิดว่าคณะสงฆ์ไม่โปร่งใส และยืนยันว่ายินดีให้ตรวจสอบทุกประการ หากการตรวจสอบนั้นเป็นไปด้วยความบริสุทธ์และไม่มีเจตนาแอบแฝง คณะสงฆ์จึงมีความต้องการคณะกรรมการดังกล่าวเข้ามาด้วยสัมมาทิฐิ และมีความเคารพต่อพระสงฆ์
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสที่มหาเถรสมาคมมีความเชื่อมโยงกับพระธรรมกายและพระธัมมชโย พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวว่า อาตมาไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการเถรสมาคม จึงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ และขอยืนยันว่าที่มาร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีวันนี้เพียงเพื่อต้องการให้มีการปฏิรูปศาสนาด้วยความบริสุทธ์ใจ อาตมาอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักว่าหากมีใครจะมาตรวจสอบเรา แต่เราไม่มีส่วนร่วม จะทำให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความโปร่งใสได้อย่างไร
ต่อข้อถามที่ว่าหากคณะกรรมการชุดดังกล่าวยื่นข้อเสนอให้คณะสงฆ์เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยจะดำเนินการอย่างไรต่อ พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวว่า เหตุผลทั้งหมดอยู่ที่คณะกรรมการปฏิรูปชุดนี้เพราะการเข้าไปมีส่วนร่วมของคณะสงฆ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่องค์ประกอบที่สำคัญอยู่ที่บุคคลในคณะกรรมการว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ประชาชนต้องเห็นใจพระสงฆ์ว่าวันหนึ่งมีคนเข้ามาตรวจสอบ มาเขียนกฎหมายให้ ให้พระสงฆ์ปฏิบัติ แต่ตัวคณะสงฆ์ไม่มีส่วนร่วม แล้วจะให้เราปฏิบัติตามได้อย่างไรดังนั้นเราจึงขอให้ยุบคณะกรรมการชุดนี้หากไม่อยากให้เกิดปัญหาในวันข้างหน้าเพราะเพียงแค่ตั้งขึ้นหนึ่งเดือนก็มีปัญหามากมาย อาตมาเชื่อว่าถ้ายังคงดำเนินการต่อไปพระสงฆ์ทั้งประเทศจะลุกขึ้นเคลื่อนไหว แต่ตอนนี้เรายังไม่ทำอะไรเพราะเกรงใจนายกฯ ว่าหากเราเดินทางมาจำนวนคนเกินกว่ากฎอัยการศึกกำหนดอาจเกิดปัญหาได้





