อดีตส.ส-ส.ว.เฮ! ได้เบี้ยเลี้ยงชีพคืน แต่ไม่ตลอดชีพ กำหนดให้ได้เงินตั้งแต่9,000-35,600 บาท ขณะที่สนช.แห้ว
นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการประกาศราชกิจจานุเบกษาเรื่องระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้ เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ลงนามโดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ในฐานะประธานกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.58 เป็นต้นไป ระเบียบดังกล่าวทำให้ผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพตาม ระเบียบดังกล่าว ซึ่งคำนวณตามอายุการดำรงตำแหน่ง โดยให้ได้รับเป็นระยะเวลา 2 เท่าของระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ไม่ได้ตลอดชีพเหมือนที่ผ่านมา โดยจะจ่ายค่าตอบแทนให้เป็นรายเดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภานั้นผู้ที่จะได้รับเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต้องเป็นผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาที่เคยส่งเงินเข้ากองทุนและสิ้นสุดสมาชิกภาพแล้ว ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับมีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพตามหลักเกณฑ์ และอัตราเดียวกัน ส่วนการนับเวลา สำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพในกรณีที่ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภารายใดมีสมาชิก ภาพหลายวาระ ไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม ให้นำเวลาการมีสมาชิกภาพทุกวาระรวมกันเป็นเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ นอกจากนี้ยังกำหนดสมาชิกรัฐสภาที่มีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพนั้นต้องไม่ เป็นบุคคลที่อยู่ ระหว่างต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงผู้ที่ถูกวุฒิสภามีมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง สำหรับหลักเกณฑ์การคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพมีดังนี้ 1. ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่1 เดือนแต่ไม่ถึง 4 ปีได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพเดือนละ 9,000 บาท 2. ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 4 ปี แต่ไม่ถึง 8 ปีได้รับเดือนละ 12,000 บาท 3.ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 8 ปี แต่ไม่ถึง 12 ปี ได้รับเดือนละ 14,300 บาท 4.ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 12 ปี แต่ไม่ถึง 16 ปี ได้รับเดือนละ 17,800 บาท 5.ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 16ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี ได้รับเดือนละ 21,400 บาท 6.ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 20 ปี แต่ไม่ถึง 24 ปี ได้รับเดือนละ 28,500 บาท และ7. ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 24 ปี ขึ้นไปได้รับเดือนละ 35,600 บาท ทั้งนี้ไม่ครอบคลุมถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และผู้ที่ได้รับไม่สามารถโอนสิทธิให้คนอื่นได้





