"บวรศักดิ์"เล็งนำ 4 เจตนารมณ์หลักของรธน.ใหม่ รับฟังความเห็นประชาชนแทนตัวบท เผยโจทย์สำคัญพาประเทศเดินหน้า
มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เป็นวันที่ยี่สิบเอ็ด โดยเป็นการประชุมนอกสถานที่ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา จ.ชลบุรี
สำหรับบรรยากาศก่อนการประชุมเป็นไปอย่างคึกคัก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญส่วนหนึ่งได้เดินทางมาล่วหน้า ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.แล้ว ขณะที่ส่วนใหญ่ ซึ่งนำโดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้เดินทางมาในช่วงเช้าวันที่ 23 ก.พ. โดยรถบัสของรัฐสภา และเมื่อคณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเดินทางมาถึงสถานที่ประชุม ได้เข้าตรวจความพร้อมของสถานที่ก่อนที่จะร่วมรับประทานกาแฟร่วมกัน
จากนั้น ก่อนเข้าสู่วาระพิจารณา นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า การพิจารณาจะเข้าสู่ภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง หมวด 1 ว่าด้วยระบบผู้แทนที่ดีและผู้นำการเมืองที่ดี, หมวด 3 รัฐสภา และ หมวด 4 คณะรัฐมนตรี มีมาตรารวมทั้งสิ้น 101 มาตรา นอกจากนั้นยังมีบทเฉพาะกาลว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำนวน 5 มาตรา และเรื่องต่างๆ อีก 5 มาตรา รวมทั้งสิ้น 111 มาตรา โดยการประชุมระหว่างวันที่23 – 28 ก.พ. จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จวันละ 22 มาตราเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ และหากที่ประชุมพิจารณาได้แล้วเสร็จทั้งหมดถือว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญได้แล้วเสร็จทั้งฉบับ จากนั้นในเดือนมี.ค. จะเข้าสู่การทบทวนบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอีกครั้ง โดยนำความเห็นของบุคคลที่ไม่เห็นด้วยกับบทบัญญัติ
เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), ผู้ตรวจการแผ่นดิน, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) มาพิจารณาเพื่อทบทวน ก่อนนำเสนอให้ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณาให้ความเห็น เบื้องต้นได้กำหนดวันประชุมในวันที่ 20 – 22 เม.ย. และ วันที่ 24 – 26 เม.ย. ส่วนวันที่ 23 เม.ย. จะงดการพิจารณาเนื่องจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ใช้ห้องประชุม และเมื่อสปช.พิจารณาแล้วเสร็จต้องทำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ 26 เม.ย. ดังนั้นจะครบกำหนดในวันที่ 25 พ.ค.
นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่าหลังจากนั้นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะนำร่างรัฐธรรมนูญที่ยกแล้วไปรับฟังความเห็นของประชาชนกลุ่มต่างๆ โดยตนขอเสนอว่าให้นำเสนอเป็นเจตนารมณ์และหลักการ แทนการนำบทบัญญัติเป็นรายมาตรา ที่ได้เขียนเป็นภาษากฎหมายไปให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจได้ง่าย โดยเจตนารมณ์หลักที่จะนำเสนอ มีทั้งสิ้น 4 ประการ คือ 1.พลเมืองเป็นใหญ่ 2.การเมืองใสสะอาดและสมดุล 3.หนุนสังคมมีความเป็นธรรม และ 4.นำชาติสู่สันติสุข
"ผมยอมรับว่าปัจจุบันความขัดแย้งยังมีอยู่ จำเป็นต้องนำชาติสู่สันติสุข ด้วยการปรองดอง ความขัดแย้งเป็นเพียงอาการของโรคที่ปรากฎภายนอก แต่สมมติฐานคือ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นเจตนารณ์หลักคือการสนับสนุนให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม เชื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว การทำให้พลเมืองเป็นใหญ่ ก็คือ การคืนอำนาจสู่ประชาชน โดยร่างรัฐธรรมนูญหลายเรื่อง ได้สร้างประชาชนให้เป็นพลเมือง ไม่ใช่ราษฎร์ ด้วยการขยายสิทธิ เสรีภาพ โดยการปฏิรูปหลายเรื่องคือการเพิ่มอำนาจให้ประชาชน"นายบวรศักดิ์ กล่าว
ประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวด้วยว่าขณะที่การเมืองใสสะอาด คือ ต้องปราศจากการทุจริต ประพฤติมิชอบ แม้จะมีก็ให้มีน้อยที่สุด ส่วนการสร้างสมดุลทางการเมือง จะแบ่งเป็น 1.จำนวน ส.ส.ที่นั่งในสภา ต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน ไม่ควรมีพรรคการเมืองใดที่ได้ ส.ส. เกินจากคะแนนนิยมของประชาชน 2.สมดุลระหว่างพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง 3.สมดุลทางการเมืองด้วยการมีบุคคลที่มาจากอาชีพที่หลากหลายเข้ามาอยู่ในสภานิติบัญญัติผ่านการเลือกตั้งทางอ้อม เพื่อร่วมพาประเทศไปได้ และ 4.สมดุลระหว่างอำนาจของนักการเมืองและอำนาจของพลเมือง


