วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดได้ข้อสรุปคุณสมบัตินักการเมืองสัปดาห์นี้

"สุจิต" คาดได้ข้อสรุปในหมวดว่าด้วยการได้มาซึ่งผู้นำและนักการเมืองที่ดีภายในสัปดาห์นี้

นายสุจิต บุญบงการ รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ  จะประชุมและพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมในหมวดว่าด้วยการได้มาซึ่งผู้นำและนักการเมืองที่ดี  รวมถึง ส.ส. ส.ว. อำนาจหน้าที่คณะรัฐมนตรี และการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีการพูดคุยและวางกรอบไปบ้างแล้ว แต่มีบางประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อยุติ จะต้องพิจารณาและให้ได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ที่จะไปหารือกันที่พัทยา จังหวัดชลบุรี


รองประธาน กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า  โดยเฉพาะประเด็นเรื่องคุณสมบัติของผู้นำและส.ส. ที่จะต้องยกร่างตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 35 (4) ที่จะต้องมีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและตรวจสอบมิให้ผู้เคยต้องคำพิพากษา หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทำการอันทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด  ประเด็นนี้จะต้องตีความและถกกันว่าจะกำหนดไว้ในลักษณะใด ห้ามคนที่เคยถูกชี้มูลกล่าวหาว่าทุจริตประพฤติมิชอบในระดับไหน จะต้องคดีถึงที่สุดหรือไม่ และจะรวมถึงกรณีที่ถูกถอดถอนด้วยหรือไม่


“เรื่องนี้จะต้องคุยกันให้ชัด ว่าจะระบุอย่างไร เพราะมีการติงว่าเสมือนเป็นการลงโทษคนที่เคยถูกถอดถอนหรือต้องคดีทุจริตหรือไม่  ไม่ควรจะมีผลย้อนหลัง แต่บางส่วนมองว่าเป็นการกำหนดคุณสมบัติว่าใครบ้างมีสิทธิที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง จะต้องแยกกันให้ชัด และถ้าดูตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวตามมาตรานี้ ไม่ได้เขียนไว้ว่าคดีต้องถึงที่สุด ก็ต้องตีความ แต่ในรัฐธรรมนูญต้องระบุให้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาการตีความในอนาคต”นายสุจิต กล่าว


สำหรับประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรี นั้น นายสุจิต กล่าวว่า ได้ข้อยุติไปแล้วว่าจะต้องมาจากการเลือกของส.ส.โดยสภาผู้แทนราษฎร  ซึ่งเป็นการเปิดช่องเอาไว้ในกรณีที่เกิดวิกฤติเหมือนในอดีต และอาจต้องให้คนที่ไม่ได้เป็น ส.ส.เข้ามา แต่เชื่อว่าโดยปกติแล้วส.ส.ก็จะเลือกหัวหน้าพรรค หรือคนที่เป็น ส.ส.มาเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว และกรณีที่เป็นห่วงเกรงว่าจะเกิดปัญหาการประท้วงเหมือนปี 2535 นั้น เชื่อว่าพรรคการเมืองคงจะนำกรณีดังกล่าวมาเป็นบทเรียน ซึ่งในวันนั้นกระแสของสังคมต้องการนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง อีกทั้งพล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะไม่รับตำแหน่ง แต่พอรับตำแหน่งจึงเกิดกระแสการต่อต้าน ดังนั้นอยากให้หลายเรื่องในรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของพลวัฒน์ทางการเมืองเป็นตัวกำหนดมากกว่า เพราะไม่สามารถเขียนทุกเรื่องไว้ในรัฐธรรมนูญได้ทั้งหมด


รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังจะมีการพูดคุยและหาข้อสรุปในรายละเอียดเรื่องที่มาส.ส. และส.ว. โดยตามกรอบที่พูดคุยจะให้มีส.ส. 450-470 คน เป็นส.ส.เขต 250คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 200 คน เอาต้นแบบการนับคะแนนมาจากเยอรมัน แต่อาจให้ประชาชนเลือกส.ส.บัญชีรายชื่อโดยระบุตัวคน เพื่อป้องกันนายทุนที่จ่ายเงินให้พรรคแล้วได้อยู่ในบัญชีลำดับต้น ๆ ส่วนส.ว.ให้มาจากการสรรหาของกลุ่มวิชาชีพจำนวน 200 คน แต่จะต้องคุยในรายละเอียด คณะกรรมาธิการฯ ไม่อยากให้มีการผสมกันระหว่างการเลือกตั้งและการสรรหา เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาในการทำงานร่วมกันเหมือนส.ว.ที่มีที่มาต่างกันเหมือนในอดีต พร้อมกันนี้ยังให้อำนาจถอดถอนอยู่ที่วุฒิสภา แต่ในกรณีที่วุฒิสภาไม่ถอดถอน อาจจะเพิ่มอำนาจประชาชนเข้าไปให้ส่งรายชื่อ เพื่อให้ประชาชนถอดถอนในตอนเลือกตั้งได้ ซึ่งจะได้ข้อสรุปทั้งหมดจากที่ประชุมที่พัทยาในสัปดาห์นี้