สนช.แถลงเปิดคดีสอยอดีต 38ส.ว. 25 ก.พ.นี้ คาดลงมติกลางเดือนมี.ค."นพ.เจตน์"ชี้ใช้คดี"สมศักดิ์-นิคม"เทียบเคียงไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)มีคำสั่งให้นัดประชุมสนช. เป็นพิเศษในวันที่ 25 ก.พ.เวลา 10.00 น. เพื่อดำเนินการกระบวนการถอดถอนสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)จำนวน 38 คน ออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 6 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) ประกอบพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ประเด็นที่มาส.ว.และการแถลงเปิดสำนวนตามรายงานและความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)และการคัดค้านโต้แย้งคำแถลงเปิดสำนวนหรือรายงานพร้อมความเห็นของผู้ถูกกล่าวหา และตั้งคณะกรรมาธิการซักถาม
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสนช. กล่าวว่า การประชุมสนช.วันที่ 25 ก.พ. จะเป็นการแถลงเปิดสำนวนคดี หลังจากวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมสนช.ประชุมเริ่มกระบวนการถอดถอนเป็นวันแรก ซึ่งครบ 30 วันตามข้อบังคับการประชุมสนช. โดยในวันนี้ทั้งป.ป.ช.และอดีต 38 ส.ว.จะมาแถลงต่อที่ประชุม และจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการซักถามจำนวน 9 คนทำหน้าที่ซักถามคู่กรณี จากนั้น 7 วันก็จะเป็นขั้นตอนที่คณะกรรมาธิการซักถามจะทำหน้าที่ตั้งคำถามซักถามคู่กรณีสองฝ่ายแทนสมาชิกสนช. และอีก 1 สัปดาห์ต่อมาก็จะเข้าสู่การแถลงปิดสำนวน หลังจากแถลงปิดสำนวนคดีแล้วไม่เกิน 3 วัน สนช.จะลงมติถอดถอนในคดีดังกล่าว คาดว่า หากอดีตส.ว.ทั้ง 38 คน ไม่ขอแถลงเปิดคดีด้วยตัวเองทุกคน จนทำให้กระบวน การพิจารณาเกิดความยืดเยื้อ สนช. หากเป็นตามนั้นน่าจะลงมติถอดถอนได้ประมาณวันที่ 12 หรือ 13 มี.ค.อย่างไรก็ตามทราบว่าผู้ถูกกล่าวหา จะส่งตัวแทน 3 คน มาเป็นผู้แถลงเปิดคดี ซึ่งจะทำให้กระบวนการถอดถอนไม่ยืดเยื้อ แต่ไม่ทราบว่า สุดท้ายแล้วจะอดีตส.ว. 38 คน จะขอใช้สิทธิแถลงเปิดคดีด้วยตัวเองทุกคนหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีอดีต 38 ส.ว. จะใช้คดีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา มาใช้เป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาคดีได้หรือไม่ เนื่องจาก สนช.ลงมติไม่ถอดถอนคดีดังกล่าว นพ.เจตน์ กล่าวว่า ไม่สามารถนำมาเทียบเคียงกันได้ เพราะรายละเอียดทั้งสองคดีไม่เหมือนกัน โดยคดีนายสมศักดิ์และนายนิคมถูกถอดถอนกรณีปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานที่ประชุมที่มีการตัดสิทธิผู้อภิปรายจำนวนมากโดยไม่ถูกต้อง แต่คดี 38อดีตส.ว.มีการแบ่งประเภทการกระทำผิดเป็นเรื่องของการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย การลงมติรายมาตรา และการลงมติในวาระ 3 เข้าข่ายการลงมติในเรื่องที่เป็นผล ประโยชน์ทับซ้อนของตัวเอง ข้อเท็จจริงจึงแตกต่างจากกรณีนายสมศักดิ์และนายนิคม
นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีตส.ว.นนทบุรี หนึ่งใน 38 ส.ว. ที่ถูกยื่นถอดถอนกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาส.ว.โดยมิชอบ กล่าวว่า ขณะนี้อดีต 38 ส.ว.เตรียมข้อมูลในการสู้คดีต่อสนช.ไว้หมดแล้ว โดยจะส่งตัวแทน 4 คน ได้แก่ ตน นายกฤช อาทิตย์แก้ว นายวิทยา อินาลา นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง เป็นผู้แถลงเปิดสำนวน ตอบข้อซักถาม และแถลงปิดสำนวน โดยตนจะเป็นผู้สรุปในการแถลงเปิดและปิดสำนวน โดยจะชี้แจงเรื่องข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงในการแก้รัฐธรรมนูญว่า เป็นการทำตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญปี 50 ระบุให้สามารถทำได้ ยืนยันว่า ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะชี้แจงด้วยเหตุผล ไม่มุ่งทะเลาะกับใคร มั่นใจว่า สามารถชี้แจงให้สนช.เข้าใจได้ ไม่หนักใจอะไร เพราะดูแล้วกรณีอดีต 38 ส.ว.มีเนื้อหาเบากว่าคดีของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ที่สนช.ลงมติไม่ถอดถอนไปก่อนหน้านี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของการยื่นญัติซักถามของสนช.นั้น ได้เริ่มเปิดให้สนช.ยื่นซักถามตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกที่ดำเนินกระบวนการถอดถอนสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 38 คน ออกจากตำแหน่ง ซึ่งจะครบกำหนดวันสุดท้ายที่สนช.จะยื่นญัตติซักถามในวันที่ 27 ก.พ..เวลา 12.00 น. จากการตรวจสอบพบว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสนช.คนใดยื่นญัตติซักถามแม้แต่คนเดียว โดยทุกคนจะขอฟังคำแถลงเปิดสำนวนคดีของป.ป.ช.และอดีต 38 ส.ว.ก่อน

