วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ยกร่างฯถกกำหนดให้'กรรมการปรองดอง'มี15คน

กมธ.ยกร่างฯถกกำหนดให้ “กรรมการปรองดอง” มี 15 คน ไม่กำหนดสัดส่วนคู่ขัดแย้งตายตัว หวังแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมพิจารณาถึงหมวดว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตุการณ์ว่า การพิจารณาหารือในการภาพกว้างเรื่องเจตนารมณ์และจุดความเข้าใจร่วมกันของการมีคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ โดยหลักการสำคัญต้องการให้เป็นคณะทำงานหลักในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและคลี่คลายวิกฤต โดยที่ประชุมถกเถียงอย่างมากต่อความมีประสิทธิภาพของคณะกรรมการชุดนี้และเหตุผลความจำเป็นของการเข้ามาทำหน้าที่ โดยมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าหากจะมีคณะกรรมการมาทำงานควรเป็นรูปแบของคณะกรรมการอิสระมีกลไกการทำงานคล้ายกรรมการกลางหนึ่งชุดเพื่อทำหน้าที่เป็นหลักในการทำงานของการสร้างความสมานฉันท์  ซึ่งจะใช้รูปแบบของสภาสมานฉันท์ และมีการแยกส่วนเรื่องการทำสมานฉันท์ และปรองดองแต่ละด้านอ่างชัดเจนเช่นการเยียวยา การคนหาความจริง รวมไปถึงการให้อภัย 

เบื้องต้นมีผู้เสนอให้มีสภาสมานฉันท์ 99 คน แบ่งเป็น 9 ด้าน ด้านละ 11 คน แต่มีคนเห็นต่างว่าการทำแบสภาอาจจะเชื่องช้าและไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งที่ต้องการความเร่งด่วนในการคลี่คลายปัญหา เลยทำให้พูดถึงรูปแบบคณะกรรมการชุดหนึ่ีงที่มีคณะกรรมการ 30  คน และขอให้ปรับลดเหลือเพียง 15 คน โดยมาจากการแต่งตั้งของพระมหากษัตริย์ที่เลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิไม่ฝักใฝ่ทางการเมืองหรือความขัดแย้ง และผู้ซึ่งเป็นผู้นำความขัดแย้ง ที่เสนอโดยรัฐสภา 

โดยทีประชุมเห็นว่าไม่ควรแยกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชัดเจนเพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาในการทำงาน และที่ไม่จำกัดจำนวนบุคคล เพราะไม่ให้เป็นการตายตัว  

นอกจากนี้ยังมีการอภิปรายถึงความจำเป็นถึงการมีหมวดสร้างความปรองดอง ว่าจะบังคับใช้ได้ทันทีหรือไม่ โดยมีผู้แสดงความเห็นว่าหลังจากที่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ความไม่ปรองดองจะเกิดขึ้นทันที เพราะเห็นชัดว่ายังมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งอยู่ โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แม้ท่านจะปฏิเสธว่าตนเองไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่นับจากที่พลอ.ประยุทธ์เสนอควาเมห็นเรื่องการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าคนที่รับผิดก็ต้องได้รับการลงโทษก็เป็นการดึงตัวเองมาเป็นคู่ขัดแย้งดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากการยึดอำนาจก็จะถูกตีความว่าเป็นรัฐธรรมนูญของ คสช. ก็อาจจะเป็นการปลุกระดมไม่ให้เกิดการยอมรับรัฐธรรมนูญ

ดังนั้นการมีอยู่ของคณะกรรมการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติด้วยจะมีส่วนเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ได้ แต่ที่ประชุมยังไม่ตกผลึกถึงการตั้งคณะกรรมการปรองดองฯ ถึงแม้จะมีผู้เสนอให้มากจากรัฐสภาเพื่อป้องกันการกล่าวหาว่าเป็นผลพวงจาก คสช. แต่ก็บยังมีผู้เสนอว่าควรมาจากรัฐบาลเอง โดยที่ประชุมยังเห็นต่างกันอยู่

ขณะที่อำนาจหน้าที่ที่ประชุมพิจารณาในวงเล็บสาม ที่กำหนดว่ากรรมการอิสระจะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการประสานระหว่างผู้นำความขัดแย้งทุกกลุ่มเพื่อลดหรือยุติความขัดแย้วระหว่างการว่าการทำหนดเช่นนั้นเท่ากับเป็นการเกี้ยเซี้ยของคู่ขัดแย้ง และเกิดการต่อรองให้รับผิดและใช้การนิรโทษกรรมภายหลัง ซึ่งไม่ใช่แนวทางที่ยั่งยืน

แต่มีผู้ชี้แจงว่าการทำงานดังกล่าวเป็นการทำงานเฉพาะหน้าให้ยุติ แต่ที่วิจารณ์ว่าไม่ใช่การปรองดองหรือสมานฉันท์อย่าวยั่งยืน แต่ข้อเท็จจริงจะมีการกระบวนการปรองดองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งในรายละเอียดจะถูกเขียนในการกฎหมายลูก