สนช.ส่งความเห็นแก้รธน.ระยะที่ 2 ให้กมธ.ยกร่างฯ ด้าน “บวรศักดิ์” ยันรับฟังความเห็นทุกภาคส่วน
เมื่อเวลา 13.30 น. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสามัญรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญตามาตรา 34 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ สนช. พร้อมด้วยกรรมาธิการฯ ได้นำรายงานความคิดเห็นของสมาชิกสนช.และคณะกรรมาธิการสามัญทุกคณะ เกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญ ในระยะที่สอง เสนอต่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยนายสุรชัยกล่าวว่า รายงานที่ส่งให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯมี 3 เล่มประกอบด้วย 1.การรวบรวมความเห็นทั้งหมดจากสมาชิกสนช.และกรรมาธิการ 18 คณะ เป็นรายประเด็น 2.การเจาะเฉพาะเป็นประเด็น เรื่องผู้นำการเมืองที่ดี และสถาบันการเมือง รวมถึงการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง 3.การเจาะเฉพาะประเด็น เรื่อง ครม. รัฐสภา การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และแนวทางสร้างความปรองดอง ซึ่งหวังว่า คณะกรรมาธิการยกร่างฯจะนำข้อมูลเหล่านี้ของสนช.ไปประกอบการพิจารณาจัดทำรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน หลังจากนี้คณะกรรมาธิการชุดนี้จะทำหน้าที่รวบรวมความเห็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในระยะที่ 3 ควบคู่ไปกับการทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คาดจะส่งความเห็นในระยะ 3 ได้ ในเดือนเม.ย.
ด้านนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ตนไม่มีประสบการณ์ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญปี 50 แต่มีประสบการณ์จัดทำร่างรัฐธรรมนูญปี 40 แต่รัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับมีความคล้ายคลึงกัน โดยจะนำความเห็นมาของทุกฝ่ายทั้งสนช. สปช. พรรคการเมือง หน่วยงานต่างๆ และภาคประชาชนมาวางไว้ เพื่อให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนำไปใช้ รวมทั้งในการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ได้ให้เลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญรายงานความเห็นเหล่านี้ให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯในแต่ละประเด็น เช่น เรื่องกกต.ที่มีความเห็นกันอย่างหลากหลาย ก็จะไม่ลงไปในรายมาตรา แต่จะนำความเห็นมาพิจารณาให้ได้ข้อสรุปก่อน ยืนยันว่า ได้พิจารณาความเห็นของทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง ไม่ใช่ทำโดยพิธีการ ทั้งนี้พร้อมเปิดรับฟังความเห็นตลอดจนถึงปลายเดือนมิ.ย. ก่อนที่จะเสนอร่างรัฐธรรมนูญสุดท้ายต่อสปช.ในวันที่ 23 ก.ค.
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและสปช.อาจจะต้องจัดทำกฎหมายหลายฉบับเพื่อส่งให้สนช.พิจารณา ก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ทั้งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกทั่วไป เช่น กฎหมายว่าด้วยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ขณะที่สปช.ได้มีการยกร่างกฎหมายองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม กฎหมายสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เมื่อกฎหมายเหล่านี้เข้าสนช. ขอให้เร่งพิจารณา เพราะหากรอให้มีรัฐบาลใหม่อาจะไม่เข้าใจ จนเกิดความล่าช้าได้ โดยเฉพาะกฎหมายการสร้างความปรองดองแห่งชาติ จะให้นายอเนก เหล่าธรรมทัศน์ สปช. เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ และพล.ท.นาวิน ดำริกาญจน์ และนายเจษฎ์ โทณะวณิก คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ ตลอดจนอยากให้มีตัวแทนของสปช. สนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมยกร่างด้วย เพื่อความรวดเร็ว จากที่จะเริ่มต้นจากศูนย์ ก็จะเริ่มที่สิบ อยู่ที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.จะเห็นด้วยหรือไม่ โดยคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ให้ไปศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองของประเทศต่างๆ เช่น แอฟริกาใต้ ไอร์แลนด์เหนือ รวันด้า คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกิน 2 เดือน ซึ่งจะมีเนื้อหาครบทุกกระบวนการทั้งเรื่องการเยียวยา การชดเชย และการอภัยโทษ
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. กล่าวเสริมว่า ไม่ต้องกังวล สนช.พร้อมให้ความร่วมมือในการพิจารณากฎหมายเหล่านี้ และอยากเสนอให้มีบทรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการออกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตระหนักถึงปัญหาและผลัดกันการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ลูก เพราะที่ผ่านมารัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 มีบทเรียนว่า ไม่เคยออกกฎหมายลูกได้ครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทำให้ประชาชนเข้าไม่ถึงสิทธิที่ควรได้ เนื่องจากกฎหมายไม่ครบถ้วน ดังนั้นในครั้งนี้จึงต้องการให้มีกฎหมายลูกออกมาให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนสัมผัสได้





