กรมพระธรรมนูญยันแก้กฎหมายศาลทหาร ไม่เพิ่มอำนาจทหารคุมตัวประชาชน ด้านกสม.จ่อร่อนหนังสือจี้"สนช.-ครม."เขียนม.46ให้ชัด
ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) คณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดย นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ เป็นประธานอนุกรรมการ ได้จัดการประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการร้องเรียนที่เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจควบคุมตัวบุคคลไว้ 7 วัน โดยไม่แจ้งข้อหาและสถานที่ควบคุมตัว รวมทั้งกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะพิจารณาร่างแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 โดยมี พ.อ.ศุภชัย อินทรารุณ รองผู้อำนวยการกองกฤษฎีกาทหารและการต่างประเทศ ในฐานะผู้แทนเจ้ากรมพระธรรมนูญ มาร่วมประชุมชี้แจง ทั้งนี้ในการประชุมอนุกรรมการได้แสดงความกังวลว่า ห่วงเรื่องการนำตัวพลเรือนขึ้นศาลทหารในช่วงนี้เพราะมีศาลเดียว ซึ่งจะกระทบกับสิทธิมนุษยชน และกังวลว่าการแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหารจะเป็นการเพิ่มอาจให้ทหารในการควบคุมตัวพลเรือน
โดย พ.อ.ศุภชัย กล่าวว่า การแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหารในครั้งนี้ โดยเฉพาะในมาตรา 46 ที่ระบุว่าในสภาพที่เกิดเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นๆ ผู้บังคับบัญชาทหารสูงสุด ณ ที่นั้น อาจสั่งให้ควบคุมผู้ต้องหา รวมทั้งพลเรือนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้นานถึง 84 วันนั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหารเคยให้อำนาจผู้บังคับบัญชามีอำนาจสั่งควบคุมตัวทหารได้ 90 วัน แต่หลังจากมีรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็มีการแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว โดยมีการตัดอำนาจในการสั่งควบคุมตัวจากผู้บังคับบัญชา และให้อำนาจดังกล่าวเป็นแค่อำนาจของศาลทหาร แต่ก็ทำให้เกิดปัญหาในการบังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาจึงขอให้มีการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้มีอำนาจดังกล่าว จึงนำมาสู่การแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหารในครั้งนี้ ซึ่งยืนยันว่าอำนาจดังกล่าวของผู้บังคับบัญชาใช้กับทหารเท่านั้น ไม่มีอำนาจสั่งควบคุมตัวพลเรือนแต่อย่างใด
พ.อ.ศุภชัย กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีการนำตัวพลเรือนขึ้นศาลทหารนั้น เป็นไปตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ฉบับที่ 37/2557 เรื่องความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร ที่มีการกำหนดให้คดีที่เกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์และคดีความมั่นคงให้ดำเนินคดีในศาลทหาร ซึ่งก็เป็นบางคดีเท่านั้นที่จะมีการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร แต่การที่จะให้ทางพลเรือนไปขึ้นศาลธรรมดาขณะนี้คงทำไม่ได้ เพราะเราต้องทำตามประกาศฉบับดังกล่าว อย่างไรก็ตามแม้จะมีการนำพลเรือนขึ้นศาลทหารแต่ก็ไม่ได้ควบคุมตัวที่เรือนจำทหาร เป็นการควบคุมตัวที่เรือนจำพลเรือน แต่ตราบใดที่มีประกาศของ คสช.อยู่ และมีการกระทำความผิดคดีตามประกาศก็ต้องมาสู่ศาลทหาร ส่วนการอธิบายกับต่างประเทศนั้น เราก็ชี้แจงตามหลายๆสื่อ และวันที่ 20 ก.พ.นี้ก็จะมีการชี้แจงกรณีดังกล่าวผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวด้วย
ด้านนพ.นิรันดร์ กล่าวว่า ขอแนะนำให้กรมพระธรรมนูญทำหนังสือไปแจ้งต่อ สนช. เพื่อให้เขียนมาตรา 46 ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้มีปัญหาในการตีความเกิดขึ้น เพราะการตีความข้อกฎหมายของไทยเป็นแบบศรีธนญชัย ทั้งนี้ กสม.เองก็จะเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อให้เขียนกฎหมายให้ชัดเจน โดยให้ระบุเลยว่าอำนาจในมาตรา 46 ของกฎหมายดังกล่าวนั้น ใช้กับบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ซึ่งก็คือทหารเท่านั้น ไม่รวมถึงพลเรือน โดยจะทำหนังสือภายในวันที่ 20 ก.พ.นี้ เพื่อให้มีการปรับแก้ต่อไป





