สนช.มีมติส่งรายงานความเห็นรอบ2 ให้กมธ.ยกร่างฯ ล๊อคสเปก นักการเมือง ต้องไม่เคยถูก ป.ป.ช.ลงดาบ ขณะที่ส.ว.ให้มาจากการสรรหา
ที่รัฐสภา การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 34 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ สนช.ครั้งที่ 2 โดยนายกล้านรงค์ จันทิก สมาชิก สนช. ในฐานะรองประธานคณะกมธ.ได้รายงานถึงการรวบรวมความเห็นของสมาชิกสนช.และบุคคลภายนอก เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีเนื้อหาที่สำคัญ ในหมวด 3 รัฐสภา โดย คณะกมธ.การเมือง สนช.ได้เสนอให้มี ส.ส.มาจากเลือกตั้งของประชาชน โดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และใช้ระบบหนึ่งคนหนึ่งเสียง ส่วนผู้สมัคร ส.ส.จะสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ก็ได้ และมีวาระการดำรงตำแหน่งวาระ 4 ปี ห้าม ส.ส.ไปดำรงตำแหน่งในฝ่ายบริหาร ขณะที่ ส.ว.ให้มาจากการสรรหาตามวิชาชีพและกลุ่มอาชีพ ไม่เกิน 100 คน วาระ 6 ปี เป็นได้เพียงวาระเดียว โดยให้มีคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่งมาสรรหา
ขณะที่ คณะกมธ.กฏหมาย กระบวนยุติธรรม และกิจการตำรวจ เสนอให้มีส.ส.จำนวน 350 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงแบบแบ่งเขต 250 คน มาจากบัญชีรายชื่อ 100 คน ส่วนการเลือกตั้ง ส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนและการสรรหา ส่วน คณะกมธ.การต่างประเทศ ได้เสนอให้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเป็นผู้ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ซึ่งหมายถึงผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีและผู้ที่ไม่ต้องเสียภาษีเนื่องจากรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฏหมายกำหนด นอกจากนี้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องไม่เป็นบุคคลที่เคยถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้เสนอรายงานดังกล่าวไปยังคณะกมธ.ยกร่างฯเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบให้ตั้งสมาชิก สนช.ที่เป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 5 คน ร่วมเป็นกมธ.สามัญรวบรวมความเห็นฯ เพิ่มเติม เพื่อเชื่อมโยงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญกับสมาชิกสนช. พร้อมทั้งขยายกรอบอำนาจหน้าที่เพื่อติดตามการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญด้วย

