"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ สั่งลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์การเกษตรเพื่อช่วยเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต และสร้างผลกำไรเพิ่มขึ้น
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาแนวทางในการลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะการลดภาษีนำเข้าเครื่องมือเครื่องจักรในภาคเกษตร เช่น รถไถ, รถหว่าน เพื่อเป็นการช่วยการลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรได้มีผลกำไรมากขึ้น รวมถึงสั่งการให้ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยหมัก ส่งเสริมการแจกจ่าย หรือส่งเสริมเมล็ดพันธุ์พืช และส่งเสริมให้มีการจัดวิทยากร หรือปราชญ์ชาวบ้านให้ความรู้แก่เกษตรกรในการถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรด้วย
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้กองทัพ โดยเฉพาะกรมการทหารช่างที่มีอุปกรณ์เครื่องจักรขนาดใหญ่ให้เข้ามาช่วยเกษตรกรทำการเกษตรด้วยการลงไปพัฒนาพื้นที่ นอกจากนี้ ขอให้กระทรวงกลาโหมจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือการซ่อมแซมบำรุงหรือจัดซื้อเครื่องมือเครื่องจักรของกรมการทหารช่างที่ชำรุดทรุดโทรมด้วย
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าในส่วนของภาคเกษตรกรที่ผ่านมาได้รับผลกระทบ จากการผลิตที่ต้นทุนการผลิตสูงมาก ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้กลับมีราคาลดลงมาก จะเห็นว่าต้นทุนการผลิตกับราคาที่ขายได้ไม่สอดคล้องกัน นอกจากนี้ผลผลิตต่อไร่ที่เกษตรกรผลิตได้ก็ลดลง ดังนั้นหากมีการลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือการเกษตร น่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยต้นทุนการผลิตได้ แม้ราคาสินค้าเกษตรจะไม่เพิ่มมาก แต่ถ้าสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ น่าจะเป็นสิ่งที่ดี
"ภาคเกษตรของไทยมีปัญหามาก ทั้งต้นทุนการผลิตและผลผลิตที่ได้ ประกอบกับราคาสินค้าที่ขายได้ก็มีปัญหาตลอด บางช่วงราคาสูงบางช่วงราคาถูกมาก"
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่าที่ประชุมครม. วานนี้ (18 ก.พ.) ยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดเขตท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนและอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับใบอนุญาตที่ต้องออกเป็นหนังสือในเขตท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้
สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงดังกล่าว คือ กำหนดให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป, กำหนดให้เขตท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน คือ บริเวณที่ล้อมรอบด้วยเส้นตรงที่เชื่อมระหว่างตำบลตามที่กำหนด และกำหนดให้เจ้าท่ามีอำนาจเรียกค่าธรรมเนียมสำหรับใบอนุญาตที่ต้องออกเป็นหนังสือตามอัตราดังนี้
1.ใบอนุญาตให้เรือไทยขนาดตั้งแต่หกสิบตันกรอสขึ้นไป หรือเรือกำปั่นต่างประเทศ ออกจากเขตท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ฉบับละ 100 บาท 2.ใบอนุญาตให้เรือไทยขนาดตั้งแต่หกสิบตันกรอสขึ้นไป หรือเรือกำปั่นต่างประเทศเข้าจอดหรือเทียบที่ใดๆ นอกเขตท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ฉบับละ 100 บาท





