เกษตรฯเสนอครม.วันนี้ เคาะล้างหนี้กองทุนฯ-เงินทุนหมุนเวียนกว่า 4,500 ล้านบาท ชี้ช่วยแก้ปัญหาเกษตรกร
คลังแนะรัฐบาลวางแผนแก้ปัญหาเงินทุนหมุนเวียนหลังพบมีวงเงินกว่า3 ล้านล้านบาท สตง.จี้ส่งเงินกองทุนฟื้นฟูอาชีพเกษตรฯ 2.3พันล้านบาท ที่เหลือจ่ายตั้งแต่ปี 53 คืนคลัง
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันนี้(18 ก.พ.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอประชุมครม. อนุมัติโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรด้วยการจำหน่ายหนี้เป็นสูญ โดยเป็นหนี้จากในส่วนของกองทุน หรือเงินทุนในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ โดยจากการสำรวจในเบื้องต้นพบว่า มีผู้ที่เข้าข่ายที่จะได้รับการยกเว้นหนี้ 26,742 ราย และองค์กรเกษตรกรอีกจำนวน 1,082 แห่ง เป็นเงินจำนวน 4,556 ล้านบาท
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯยังได้รายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ ว่าเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินให้เกษตรกร โดยการจำหน่ายหนี้สูญให้กับหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) ภายใต้กองทุน/เงินทุน กำกับดูแลของกระทรวงเกษตรฯ และหนี้สินในโครงการส่งเสริม หรือสงเคราะห์ของรัฐ ทั้งนี้มีเงื่อนไขการจำหน่ายหนี้สูญ ให้กับลูกหนี้ที่เข้าข่ายพิจารณาข้อใดข้อหนึ่งจาก 10 ข้อ ได้แก่ 1.กรณีโครงการส่งเสริมหรือสงเคราะห์ของรัฐที่ไม่ประสบความสำเร็จ 2.กรณีประสบภัยพิบัติธรรมชาติ 3.กรณีเผชิญปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
4.หนี้ขาดอายุความ 5.หนี้ค้างชำระระยะเวลาเกินกว่า 10 ปีขึ้นไป 6.หนี้ที่ไม่สามารถติดตามทรัพย์สินเพื่อดำเนินการบังคับคดีได้ 7.เกษตรกรผู้ยืมเงินเสียชีวิต สาบสูญ หาตัวไม่พบ หรือละทิ้งที่อยู่ 8.เกษตรกรผู้กู้ยืมเงินชราภาพ ทุพพลภาพ วิกลจริต หรือเจ็บป่วยเรื้อรัง 9.ลูกหนี้ผู้กู้ยืมเงินมีรายได้น้อยไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ และ 10.หนี้ที่มีการกู้ยืมเงินต่ำกว่า 10,000 บาท
ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรทั้งระบบ ครม.ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกระทรวงพาณิชย์ จัดทำรายละเอียดและแนวทางการแก้ปัญหา และให้รายงานความคืบหน้าต่อ ครม.ทุกๆ ไตรมาส
เรื่องดังกล่าวกระทรวงการคลัง มีความเห็นว่านอกจากการแก้ปัญหาหนี้สินของกองทุนฯเกษตรกรแล้ว ควรปรับประสิทธิภาพกองทุนฯและกองทุนหมุนเวียนต่างๆ ที่มีทรัพย์สินหมุนเวียนกว่า 3 ล้านล้านบาท เพื่อให้เป็นกลไกในการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างแท้จริง ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เห็นว่าการดำเนินการตามโครงการนี้การพิจารณาตัดหนี้สูญ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และให้สำนักงานผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯจะเสนอให้ ครม.พิจารณา ขยายเวลาการดำเนินการตามโครงการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูอาชีพเกษตรตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2553 ออกไปอีก 18 เดือน โดยใช้จ่ายเงินจากโครงการที่คงเหลือทางบัญชี กว่า 945 ล้านบาท เมื่อสิ้นสุดการขยายระยะเวลาแล้ว หากมีเงินเหลือให้นำไปดำเนินการในด้านอื่นๆ ต่อไป ส่วนวงเงินที่ได้รับการจัดสรรสำหรับการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรตามมติ ครม.ตั้งแต่ปี 2553 มีวงเงินเหลืออยู่ 2,387 พันล้านบาท ทางสตง.ได้ตรวจสอบแล้วว่าจะต้องนำส่งคืนคลังตามขั้นตอนต่อไป หากรัฐบาลมีโครงการที่จะต้องขอเบิกจ่ายงบประมาณในจำนวนดังกล่าว เช่น โครงการปรับโครงสร้างหนี้ของเกษตรกร ให้ดำเนินการขอใช้จากงบกลางฯตามขั้นตอน

