วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุวพันธุ์'ไล่บี้10หน่วยงานรัฐเบิกงบลงทุน2.3แสนล้าน

"สุวพันธุ์" เร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2558 เน้น 10 หน่วยงานสำคัญที่มีงบลงทุนรวมกันกว่า 2.3แสนล้านบาท

ส่วนการแก้ปัญหาภัยแล้งเน้นใช้งบตำบลละ 1 ล้านผ่านกลไก ธ.ก.ส.แก้ปัญหา

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ครั้งที่ 2/2558ว่า ได้หารือ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเร่งรัดการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและการดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558


ส่วนของการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐเน้นการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อการลงทุน โดยสำนักงบประมาณ ชี้แจงว่าได้เร่งรัดโดยเชิญ 20 กระทรวงที่มีงบประมาณลงทุนสูงสุดและ 190 หน่วยงานมาทำความเข้าใจ และเร่งรัดเรื่องงบลงทุน เพื่อให้ปรับแผนการใช้จ่าย ส่วนหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายลงทุนสูงสุดจะต้องมาชี้แจงรายละเอียดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้ (18 ก.พ.) รับทราบด้วย


การทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแต่ละหน่วยงานจะต้องทำให้เสร็จภายในสิ้นเดือนมี.ค.นี้ เบื้องต้น สำนักงบฯ รายงานว่าหน่วยงานส่วนใหญ่จะดำเนินการได้ตามกำหนด อาจมีบางส่วนติดปัญหาเงื่อนไขทำให้เกิดความล่าช้า เช่น ต้องจัดซื้อสินค้าบางส่วนจากต่างประเทศ หรือบางพื้นที่การคมนาคมยากลำบาก เช่น พื้นที่สูงและทุรกันดาร หรือหาผู้รับเหมาไม่ได้จากเป็นพื้นที่เสี่ยงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสำนักงบฯ กำหนดให้ทำเรื่องหารือเพื่อแก้ไขปัญหาเป็นรายกรณีไป


"ส่วนของการใช้จ่ายภาครัฐโดยเฉพาะงบลงทุนยังช้าอยู่และยังไม่ถึงเป้าที่สำนักงบประมาณได้ตั้งไว้ บางส่วนเซ็นสัญญาแล้วแต่เบิกจ่ายไม่ได้ แต่สำนักงบฯ เชื่อว่า เดือนมี.ค.นี้จะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น เชื่อว่าการใช้จ่ายงบลงทุนจะดีขึ้น โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 2 - 4 โดยทุกส่วนราชการต้องทำสัญญาได้ ใครทำไม่ได้ต้องมาชี้แจง"


หน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายลงทุนในปีงบประมาณ 2558 สูงสุด 10 อันดับ รวม 234,652.93 ล้านบาท หรือประมาณ 50% จากงบลงทุนของรัฐบาลทั้งหมด 450,625 ล้านบาท หน่วยงานที่มีอัตราการเบิกจ่ายสูงสุดไปต่ำสุด ณ วันที่ 6 ก.พ. 2558 ตามลำดับได้แก่
1. กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 6,255.10 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 100% 2.กรมทรัพยากรน้ำ ได้รับจัดสรร 6,239.26ล้านบาท เบิกจ่ายและทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้ว 77% 3. กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้รับจัดสรร 20,755.66 ล้านบาท เบิกจ่ายและทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้ว 66.12% 4. กรมทางหลวง ได้รับจัดสรร 56,164.59ล้านบาท เบิกจ่ายและทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้ว 64.62%


5.กรมทางหลวงชนบท ได้รับจัดสรร 40,058.99 ล้านบาท เบิกจ่ายและทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้วรวม 64.35% 6. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รับจัดสรร 10,003.39 ล้านบาท เบิกจ่ายและทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้ว 52.34% 7.กรมชลประทาน ได้รับจัดสรร 35,529.45ล้านบาท เบิกจ่ายและทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้ว 43.12% 8. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับจัดสรร 6,853.16 ล้านบาท เบิกจ่ายและทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้ว 37.75%


ขณะที่ 2 หน่วยงานสุดท้ายที่ถือว่าการเบิกจ่ายและการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างยังต่ำกว่าเป้าหมาย ได้แก่ 9.สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับจัดสรร 16,255.11ล้านบาท เบิกจ่ายและทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้ว 20.45% และ 10. กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับจัดสรร 52,793.31 ล้านบาท เบิกจ่ายและทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้ว 4.96%


ส่วนการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ได้พูดคุยกับ 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งชี้แจงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการเตรียมการแก้ไขระยะยาว เช่น การขุดบ่อบาดาล ขุดลอกคูคลอง รวมทั้งโครงการที่กระทรวงเกษตรฯ จะให้เงินช่วยเหลือเกษตรกรในระดับตำบลจำนวน 3,051 แห่ง ตำบลละ 1 ล้านบาท ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) อนุมัติวงเงินให้เกษตรกรกู้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน