ศาลพิพากษาจำคุก 20ปี "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์" ร่วมกับลูกน้อง-คนใกล้ชิด6คนฟอกเงิน บ่อนพนันออนไลน์ส่วยโยกย้ายตำรวจ บช.ก.รับสารภาพลดโทษเหลือ10ปี
ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา11.30น. วันที่17ก.พ.นี้ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย คดีฟอกเงิน หมายเลขดำ ฟย.16/2558ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ3เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. อายุ59ปี ,พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรองผบช.ก. อายุ59ปี,พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีตผบก.รน. อายุ55ปี,นายชอบ ชินนะประภา อายุ60ปี และนางปิยพรรณ ชินนะประภา อายุ56ปี ซึ่งเป็นน้องเขยและน้องสาว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์,นายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช อายุ57และนางสวงค์ มุ่งเที่ยง อายุ54ปี ที่เป็นสามีภรรยา กัน เป็นจำเลยที่1-7ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542มาตรา3,5,7,60และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา83,91
โดยคดีนี้ อัยการโจทก์ ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่16ก.พ.58บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่1ม.ค.52 -11ก.ค.57 จำเลยทั้งหมดกับ พ.ต.อ.อัครวุฒิ หลิมรัตน์ อดีตผกก.1บก.ป.(เสียชีวิตแล้ว)และพวกอีก2คน ที่หลบหนีและยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันกระทำความผิด โดยจำเลยที่1 - 2และ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รองผกก.6บก.ป. ร่วมกันเรียกรับเงิน จากผู้กระทำผิดการพนันออนไลน์ อาบูบาก้า และร่วมกับผู้อื่นทำการเปิดบ่อนการพนันโคลอนเซ่ ย่านพระรามเก้า นิกจากนี้ยังร่วมกันเรียกรับเงินส่วยน้ำมันเถื่อนจากผู้ลักลอบค้าน้ำมันเชื่อเพลิงกลางทะเล ในภาคใต้ และร่วมกันเรียกรับเงินจากการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.ก.ด้วย ซึ่งจำเลยที่ 1,4,5 ได้กระทำการฟอกเงิน โดยนำเงินสด ที่ได้มาจากการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดเกี่ยวกับการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนันดังกล่าว ไปซื้อที่ดินจำนวน92แปลง รวมมูลค่าทั้งสิ้น223,117,785บาท อันเป็นการโอน รับโอน หรือเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น และกระทำด้วยประการใดๆเพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดโดยกฎหมาย และจำเลยที่1,6,7ยังได้นำเงินสดที่ได้จากการกระทำผิดไปซื้อที่ดินอีกจำนวน9แปลง รวมมูลค่าทั้งสิ้น56,462,000บาท
นอกจากนี้จำเลยที่2ได้นำเงินสดไปซื้อที่ดินจำนวน 11แปลง รวมมูลค่าทั้งสิ้น105,400,000บาท รวมทั้วนำเงินไปฝากเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยฯ ถนนเฟื่องนคร เลขที่บัญชี1591057221ชื่อบัญชีนายทรงพล ทองสินอีก จำนวน318,000บาท
ขณะที่จำเลยที่3ได้นำเงินไปฝากโอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ฯสาขาประชานิเวศน์1บัญชีเลขที่7373049772ชื่อบัญชีนายวันมงคล ไพรเถื่อน 3,000,000บาท และฝากโอนเข้าธนาคารกสิกรไทย จำกัดฯสาขาประชานิเวศน์1หมายเลขบัญชี7373049667นางสาวอุบลจุฑา ไพรเถื่อน จำนวน3,000,000บาท
เหตุเกิดที่ ต.บางด้วน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ,ต.ท่าทราย ต.บางตลาด ต.คลองเกลือ ต.บางพูด ต.ปากเกร็ด ต.ปลายบาง อ.บางกรวย อ.ตลาดขวัญ อ.ปากเกร็ด อ.เมือง จ.นนทบุรี,ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา,ต.บ้านบ่อ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร,ต.ขี้เหล็ก อ.แม่ริน จ.เชียงใหม่,ต.หลักสาม อ.บ้านแพร้ว จ.สมุทรสาคร,ต.คูขวาง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี,ต.ชอนสารเดช อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี และแขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม. เกี่ยวพันกัน
โดยวันนี้ ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งหมดมาจาก เรือนจำพิเศษกรุงเทพ และทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อมาสอบคำให้การจำเลย
ซึ่งศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งเจ็ด ฟังแล้วสอบคำให้การ ปรากฏว่า จำเลยทั้งเจ็ดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ไม่ขอต่อสู้คดี
ขณะที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์อดีต ผบช.ก. จำเลยที่ 1 ได้แถลงต่อศาลว่า พวกจำเลยทุกคนยอมสารภาพผิด โดยขณะเกิดเหตุตนเป็นผู้สั่งการให้จำเลยอื่นๆ ปฏิบัติตามคำสั่งทุกประการ เนื่องจากตนเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ทำให้มีความเคารพ น่าเชื่อถือ จึงขอให้ศาลเมตตาพวกจำเลยด้วย
ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำำเลยทั้งหมดกระทำผิดจริง ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542มาตรา3,5,7,60
จึงพิพากษาให้จำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จำเลยที่1 รวม2กระทงๆละ10ปี เป็นจำคุก20ปี
ส่วน พล.ต.ต.โกวิทย์ อดีตรองผบช.ก. ,นายชอบ และนางปิยพรรณ น้องเขยและน้องสาว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์,นายเริงศักดิ์ และนางสวงค์ สองสามีภรรยา จำเลยที่2,4,5,6และ7 จำคุกคนละ10ปี
สำหรับพล.ต.ต.บุญสืบ จำเลยที่ 3 ให้ จำคุก3ปี โดยจำเลยทั้งหมด ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจาณา เห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีต ผบช.กจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น 10ปี
ส่วนจำเลยที่2,4,5,6และ7จำคุกคนละ5ปี และะ พล.ต.ต.บุญสืบ จำเลยที่ 3 จำคุก1ปี6เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่3 0ม.ค. ศาลอาญาได้มีคำพิพากษา จำคุก 6 ปี คดีที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ ยื่น ฟ้องพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์อดีต ผบช.ก. กับ และพล.ต.ต.โกวิท อดีตรอง ผบช.ก.แล้ว ฐานร่วมกันหมิ่นเบื้องสูง และ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จัดให้มีการเล่นการพนันบ่อนโคลอนเซ่ และเมื่อวันที่12ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลอาญา ยังได้มีพิพากษาให้จำคุก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และ นางสวงค์ มุ่งเทียง กับนายเริงศักดิ์สองสามีภรรยา ฐานร่วมกันกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ ฯ อีกคนละ9เดือน
ส่วนพล.ต.ต.บุญสืบ อดีต ผบก.รน. ศาลอาญา เพิ่งจะมีพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน คดีฟอกเงินนี้เป็นคดีแรก
สำหรับนางปิยพรรณและนายชอบน้องสาว และน้องเขยของ ของพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์นั้น ศาลอาญา ได้มีพิพากษาคดีฟอกเงินนี้เป็นคดีแรกเช่นกัน





