"พล.ต.สรรเสริญ" โต้แถลงการณ์สหภาพยุโรป ยันให้พลเรือนขึ้นศาลทหารเฉพาะคดีความมั่นคง-ฝืนกฎอัยการศึกเท่านั้น
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์จี้ให้รัฐบาลไทย เลิกใช้ศาลทหารดูคดีพลเรือน ว่า ทางอียูอาจได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ซึ่งขอชี้แจงว่าการดำเนินคดีกับพลเรือนที่อยู่ในอำนาจของศาลทหารนั้น จะบังคับใช้เฉพาะกับความผิดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง หรือความผิดจากการฝ่าฝืนกฎอัยการศึกเท่านั้น เช่น การค้า หรือใช้อาวุธสงคราม มีเหตุให้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก
พล.ต.สรรเสริญ ยังกล่าวถึงกรณีองค์กรฮิวแมนไรต์วอตช์ เรียกร้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) คว่ำร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่มีการแก้ไขให้มีมาตรฐานเดียวกับวิธีพิจารณาความในคดีอาญาของพลเรือน ที่ระบุให้ศาลสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 84 วัน เนื่องจากเดิมศาลทหารมีอำนาจในการควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ทหารได้ถึง 90 วัน จึงแก้ไขให้เป็นมาตรฐานเดียวกับพลเรือน ซึ่งทั้งหมดอยู่ในอำนาจของศาล ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาทหาร แต่จำเป็นต้องเขียนระบุว่าผู้บังคับบัญชาทหารมีสิทธิที่จะควบคุมตัวได้ในเฉพาะกรณีที่เป็นเหตุสุดวิสัย หรือมีความจำเป็นเท่านั้น เช่น กรณีทหารเดินทางไปต่างประเทศด้วยเรือรบ แล้วเกิดเหตุฆ่ากัน ซึ่งในเรือรบไม่มีศาลทหาร จึงให้อำนาจผู้บังคับบัญชาทหาร สั่งควบคุมตัวผู้กระทำผิดได้ จนกว่านำตัวมาฝากขังศาลทหาร ซึ่งในพื้นที่ปกติผู้บังคับบัญชาทหารไม่สามารถสั่งควบคุมตัวพลเรือนได้
เมื่อถามว่าเหตุใดกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ ถึงต้องขึ้นศาลทหาร พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ต้องไปทบทวนให้ดีว่าคดีนายจาตุรนต์ ไม่ใช่คดีการเมือง เพราะขณะนั้นบ้านเมืองเกิดวิกฤติ คสช.จำเป็นต้องเข้ามาประกาศกฎอัยการศึก เพื่อหยุดความขัดแย้ง และสร้างกติกาใหม่ ในระหว่างนั้นก็ได้ประกาศเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมารายงานตัวเพื่อควบคุมสถานการณ์ แต่นายจาตุรนต์กลับหนีไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. จึงต้องเข้าสู่กระบวนการศาลทหาร แต่คนอื่นๆ เช่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายเสรี วงษ์มณฑา ที่มารายงานตัว ก็ไม่ได้ถูกนำตัวขึ้นศาลทหารแต่อย่างใด แต่สุดท้ายนายจาตุรนต์ ก็ได้รับการประกันตัว ถือว่าเป็นมาตรฐานเดียวกันกับคนอื่น ๆ ฉะนั้นอย่ากังวลว่าผู้บังคับบัญชาทหารจะไปสั่งควบคุมตัวพลเรือนได้





