"ป.ป.ช."ส่งหนังสือถึงคลัง พิจารณาฟ้องแพ่ง "บุญทรงกับพวก" เรียกค่าเสียหาย หลังถูกชี้มูลทุจริตระบายข้าวจีทูจีลวง ด้าน"ยิ่งลักษณ์" ส่อติดร่างแห
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยวานนี้ (13 ก.พ.) ว่าได้ลงนามและส่งหนังสือให้กระทรวงการคลังดำเนินการตามมาตรา 73/1 วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 หลังจากที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในกรณีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) แล้วว่ามีการทุจริต จึงให้ส่งเรื่องไปยังกระทรวงการคลังเพื่อให้ดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงตัวเลขความเสียหาย เพราะตัวเลขเหล่านั้นกระทรวงการคลังมีอยู่แล้ว
ส่งหนังสือคลังเร่งดำเนินการ
ส่วนกรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น นายปานเทพ กล่าวว่า ป.ป.ช.จะส่งหนังสือไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อให้
พิจารณาเช่นเดียวกัน โดยวันที่ 17 ก.พ.นี้ จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ เพื่อพิจารณา และคาดว่าจะส่งหนังสือไปยังกระทรวงการคลังในวันเดียวกัน
สำหรับมาตรา 73/1 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ บัญญัติเกี่ยวกับการยื่นฟ้องแพ่ง เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้เกี่ยวข้องกับความเสียหายที่ก่อขึ้น ได้ชดใช้ค่าเสียหายตามที่กฎหมายกำหนด
เนื้อความตามมาตรา 73/1 ระบุว่า กรณีที่มีการฟ้องคดีอาญาผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในทางทรัพย์สินหรือเป็นการละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลอื่น อัยการสูงสุดอาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนการกระทำหรือคำสั่งอันมิชอบที่เป็นการละเมิดนั้นด้วยก็ได้
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.แจ้งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสียหายนั้นชดใช้ค่าเสียหายตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นต่อไป
นายกฯเคยเตือนยิ่งลักษณ์ปมจำนำข้าว
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ให้สัมภาษณ์ทำนองว่าเคยคุยกับ นางสาวยิ่งลักษณ์ เรื่องการต่อสู้คดีจำนำข้าวว่า เป็นการพูดคุยกันนานแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์วันที่ 22 พ.ค.2557 ในช่วงที่เริ่มมีปัญหา ขณะนั้นหลายฝ่ายได้ออกมาท้วงติงในโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาล ซึ่งขณะนั้นตนเป็นข้าราชการของรัฐ
"ผมก็บอกว่าถ้าเป็นอย่างนี้ท่านจะว่าอย่างไร มันมีปัญหาอย่างนี้ ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอกค่ะ เพราะว่าท่านตั้งใจทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นมีหลักฐานสู้ได้ทุกอย่างค่ะ ผมก็แล้วแต่ท่าน" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ใช้คำว่าเตือนแล้วไม่ฟังได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ไม่ใช่ว่าเตือนแล้วไม่ฟัง เพียงแต่ผมบอกถึงเหตุผลต่างๆ ท่านจะว่าอย่างไร ไม่ใช่เตือนแล้วไม่ฟัง ท่านเป็นรัฐบาลใช่หรือไม่ ส่วนผมน่ะเกรงใจทุกคน ใครเป็นรัฐบาลผมก็ช่วยมาตลอดทุกรัฐบาล ผบ.ทบ.ไทยทุกคนต้องสนับสนุนรัฐบาลในการทำหน้าที่ แต่เมื่อมีปัญหาก็ต้องถามท่านว่าเรื่องนี้จะเอาอย่างไรครับ เพราะประชาชนมีปัญหาอย่างนี้ๆ เมื่อท่านบอกว่าท่านรับได้ ท่านแก้ปัญหาเองเพราะท่านเป็นฝ่ายบริหาร ท่านพร้อมรับผิดชอบ ท่านมีแนวทางแก้ปัญหาและแนวทางชี้แจง ก็เป็นเรื่องของท่าน"
"ยิ่งลักษณ์"พาลูกชายเดินห้างฯ
ด้านความเคลื่อนไหวของนางสาวยิ่งลักษณ์ วานนี้ (13 ก.พ.) ได้พาเด็กชายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ บุตรชาย พร้อมด้วยนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาว พร้อมทีมอารักขา ไปห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อส่งน้องไปป์เล่นสเก็ตช์น้ำแข็ง อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอลูกชายเล่นสเก็ตช์ ทั้งนางสาวยิ่งลักษณ์ และนางเยาวภาพ ได้ไปนั่งดื่มกาแฟที่ ร้านกาแฟภายในห้างฯ ปรากฏว่า มีประชาชนให้ความสนใจขอถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมาก โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมทักทายผู้สื่อข่าวอย่างเป็นกันเอง แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์





