สายวัดรอบเอวกระบวนการยุติธรรม จุดประกายความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2558 สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ได้จัดการสัมมนาเรื่อง “กระบวนการยุติธรรมไทย: รู้อดีต เข้าใจปัจจัน เชื่อมั่นอนาคต”โดยในงานได้มีการเปิดตัวชุดกิจกรรมทางวิชาการ ภายใต้ชื่อ Thailand Institute of Justice Series of Criminal Justice Seminar ที่สถาบัน TIJ จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม 2558 เป็นต้นไป
งานสัมมนาดังกล่าวรวมทั้งชุดกิจกรรมที่จะดำเนินการต่อเนื่องนั้น มีเป้าหมายเพื่อให้บุคคลากรในกระบวนการยุติธรรมและภาคประชาชนตื่นตัว และร่วมกันหาแนวทางออกแบบกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างแท้จริง โดยงานนี้เปิดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ แนวคิดและประสบการณ์เกี่ยวกับพัฒนาการของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในประเทศไทย จุดเด่นจุดด้อยและปัญหาอุปสรรคของแต่ละยุคสมัย นับจากภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองฯ พ.ศ. 2475 จนปัจจุบัน อันเป็นพื้นฐานความรู้สำคัญที่จำเป็นต้องศึกษาในการร่วมกันกำหนดทิศทางของกระบวนการยุติธรรมไทยในอนาคต
ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ที่ปรึกษาอาวุโสของสถาบัน TIJ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นเสมือนเรือธงของชุดกิจกรรมนี้ คือ การออกแบบและจัดทำ "สายวัดรอบเอวกระบวนการยุติธรรม” ซึ่งก็คือ ตัวชี้วัดประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรม (criminal justice performance indicators) เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามตรวจสอบความคืบหน้า (หรือไม่คืบหน้า) ของการกระบวนการยุติธรรมไทย และยังเน้นย้ำว่า “เจ้าของกระบวนการยุติธรรมคือประชาชน ประชาชนต้องมีความเข้าใจ สามารถออกแบบกระบวนการยุติธรรมในแบบที่เขาต้องการได้” ทั้งนี้ เรื่องสายวัดรอบเอวกระบวนการยุติธรรมไทยจะนำมาประเดิมในการจัดสัมมนาครั้งแรกของชุดกิจกรรม ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 มีนาคมนี้
สิ่งที่พิเศษยิ่งกว่าสำหรับเรื่องของสายวัดรอบเอวกระบวนการยุติธรรม คือ สถาบัน TIJ มีแผนจะร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญชาวแคนาดา ที่เคยออกแบบ criminal justice performance indicators ให้กับสหประชาชาติ เพื่อต่อยอดการขับเคลื่อนกระบวนการ และสนับสนุนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ประโยชน์จากเครื่องมือนี้ในการตัดสินคุณภาพและประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมไทย โดยสถาบัน TIJ ตั้งใจจะดำเนินงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปในระยะยาว เพื่อทำให้เรื่องที่เข้าใจยากกลายเป็นเรื่องที่จับต้องได เข้าใจง่ายและใกล้ตัว และอาจส่งผลให้มีการยกระดับการเก็บสถิติข้อมูลเกี่ยวกับงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมได้
ในงานวันที่ 26 นั้น นอกจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิในวงการ เช่น นายทวี ชูทรัพย์ อดีดอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ดร. คณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด ศ. ดร.สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล รศ.ดร.จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย ฯลฯ ในช่วงสุดท้าย สถาบัน TIJ ได้ออกแบบให้เป็นรายการสะท้อนมุมมองโดยคนรุ่นใหม่ ที่เป็นผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรมที่อายุน้อยยังมีเวลาทำงานรับใช้ประชาชนไปอีกเกือบยี่สิบปี โดยมีเสียงสะท้อนที่น่าสนใจจากช่วงนี้ เช่น "เงินมีผลต่อความยุติธรรม” “อย่าปล่อยให้คนจน อับจนหนทางในกระบวนการยุติธรรม” นอกจากนี้มีการพูดถึงความกล้าหาญทางจริยธรรมที่ต้องกล้ายืนตามหลักแม้จะเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อนในมิติใดก็ตาม มีการกล่าวถึงตัวอย่างความบิดเบือนที่น่าสลดใจ ที่ทำให้จำเลยถูกพิพากษาจำคุกเพราะไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้ ทั้งที่หลักกฎหมายนั้นให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยในคดีอาญาเป็นผู้บริสุทธิ์ ทั้งยังมี ผู้เข้าร่วมสัมมนาท่านหนึ่งแสดงความเห็นไว้อย่างมีนัยสำคัญยิ่งว่ากระบวนการยุติธรรมต้องมีกลไกที่ขจัดบุคลากรที่ไม่ดีออกไปจากระบบให้หมดสิ้นจึงจะทำให้ประชาชนอุ่นใจและเชื่อมั่น ไม่ใช่มาคอยแต่ขอความเห็นใจว่าคนไม่ดีนั้นมีแค่เป็นส่วนน้อย
ในภาพรวมแล้วกล่าวได้ว่า การสัมมนานี้ประสบความสำเร็จได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีประเด็นการอภิปรายที่เข้มขันก็ถือเป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่จะถึงชุดกิจกรรมการสัมมนาตลอดซีรีย์ ซึ่งหัวข้อแรกในวันที่ 31 มีนาคมจะเป็นเรื่อง “สายวัดรอบเอวกระบวนการยุติธรรม” ดังที่กล่าวถึงไว้ข้างต้น ต่อด้วยหัวข้อที่สอง เรื่องคุณภาพและคุณธรรมของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม ในชื่อ“คนยุติธรรม ที่ไม่อยุติธรรม" หัวข้อที่สาม เรื่องการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ในชื่อ“เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เข้าให้ถึงความเป็นธรรม" หัวข้อที่สี่ เรื่องภาระงานในกระบวนการยุติธรรมและทางแก้ไข ในหัวข้อ “คดีล้นศาล นักโทษล้นคุก ปัญหาจุกอกกระบวนการยุติธรรมไทย” และสุดท้ายคือเรื่อง"การออกแบบแปลนโครงสร้างของระบบและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม” ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและลงทะเบียนเข้าร่วมได้ทางเว็บไซต์ www.tijthailand.org





