“จักรกฤศฏิ์” สั่งสำรวจที่ราชพัสดุทั่วประเทศ จัดทำมาสเตอร์แพลนการใช้ประโยชน์สูงสุดจากพื้นที่ 12.5 ล้านไร่ จัดระเบียบผู้บุกรุกพื้นที่
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมมีแผนจะจัดทำมาสเตอร์แพลนของการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุทั่วประเทศจำนวน 12.5 ล้านไร่ โดยมอบหมายให้ธนารักษ์พื้นที่สำรวจการใช้ประโยชน์จากที่ราชพัสดุ ทั้งส่วนที่เปิดให้ภาคเอกชนเช่า และการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุจากส่วนราชการด้วยกัน โดยมีแผนจะสำรวจและออกเป็นมาสเตอร์แพลนให้เสร็จภายในปีนี้
ภายใต้มาสเตอร์แพลนดังกล่าว กรมจะพยายามใช้ประโยชน์ในที่ดินราชพัสดุให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น บริเวณใดเหมาะที่จะเป็นศูนย์ราชการ หรือบริเวณใดเหมาะสมที่จะพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ หรือเป็นพื้นที่เพื่อการเกษตรที่จะจัดสรรให้ประชาชนใช้ประโยชน์ รวมถึงการจัดหาที่ดินเพื่อสนับสนุนโครงการจัดทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในพื้นที่ 5 จังหวัดตามนโยบายรัฐบาลด้วย
"ภายใต้มาสเตอร์แพลนดังกล่าว จะวางแผนปรับปรุงการบริหารที่ราชพัสดุให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยจะสำรวจการใช้ที่ราชพัสดุ ทั้งที่เป็นส่วนที่เอกชนเช่าที่จากกรม และการใช้ประโยชน์โดยส่วนราชการด้วยกันว่า ใช้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ เพื่อปรับค่าเช่าให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เช่น หากเอกชนให้เช่าต่อ ราคาค่าเช่าจะต้องปรับปรุงให้เป็นอัตราปัจจุบัน หรือส่วนราชการใช้ประโยชน์ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่เคยขอไว้ก็จะต้องแก้ไข”
ส่วนที่ดินที่มีการบุกรุก กรมจะเข้มงวดการบริหารจัดการมากขึ้น โดยจะมอบให้ธนารักษ์พื้นที่เข้าสำรวจและจัดระเบียบพื้นที่ที่ถูกบุกรุก เช่น จัดให้เช่าพื้นที่โดยถูกต้อง ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้บุกรุกที่ราชพัสดุอยู่ประมาณ 2.9 ล้านไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดราชบุรี นครราชสีมา และกาญจนบุรี เป็นต้น
ขณะที่ จังหวัดที่ถูกบุกรุกเป็นพื้นที่กว้าง คือ ราชบุรี ประมาณ 6 แสนไร่ โดยเฉพาะที่อำเภอสวนผึ้ง ซึ่งนอกจากการบุกรุกของชาวบ้านทั่วไปแล้ว ยังมีผู้บุกรุกเข้าไปทำรีสอร์ทรวม 172 แห่ง ในจำนวนนี้ได้เจรจาให้เข้ามาอยู่ในระบบการเช่าแล้วกว่า 100 แห่ง แต่บางรายที่ยังเข้าระบบไม่ได้ เพราะไม่ตั้งอยู่ในโซนต้องห้าม
"เราจะดำเนินการเจรจาให้ผู้บุกรุกเข้ามาอยู่ในระบบการเช่าที่ราชพัสดุภายในปีนี้ หากไม่เข้าระบบกรมก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ในกรณีที่ดินที่อยู่ในโซนต้องห้าม เช่น พื้นที่ต้นน้ำ กรมจะไม่อนุญาตให้มีการเช่าที่ดิน อย่างไรก็ดีการบริหารจัดการพื้นที่ดังกล่าวจะทำให้กรมมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ถือเป็นวัตถุประสงค์ในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว"
นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวต่อว่า ยังมอบหมายให้ธนารักษ์พื้นที่เข้าไปสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสมจะจัดการ เพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่น ทำสวนสาธารณะ หรือการเข้าไปปลูกต้นไม้ในพื้นที่รกร้าง โดยร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่นเข้าไปดำเนินการ ขณะเดียวกัน ยังมีแผนจะเข้าไปบูรณะอาคารที่ราชพัสดุที่ปล่อยให้เสื่อมโทรม เช่น ศูนย์กีฬา 700 ปี จ.เชียงใหม่ หรืออาคารที่พักราชการต่างๆ รวมถึงการปรับปรุงสถานที่จัดพิพิธภัณฑ์ของกรม ไม่ว่าจะเป็นที่ จ. เชียงใหม่ หรือสงขลา เป็นต้น
ด้านแผนการประเมินราคาที่ดินรายแปลง เพื่อรองรับการนำกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาใช้ภายในปี 2560 ปัจจุบันกรมได้ประเมินรายแปลงไปแล้ว 7-8 ล้านแปลง จะต้องดำเนินการประเมินให้แล้วเสร็จเต็มจำนวน 30 ล้านแปลง ก่อนที่กฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งภายในปีนี้ กรมจะดำเนินการประเมินรายแปลงอีก 7-10 ล้านแปลง และจะประเมินให้แล้วเสร็จทั้งหมด ภายในปี 2559
สำหรับโครงการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ของกรมที่ยังค้างอยู่กับภาคเอกชน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 กว่าโครงการ เช่น โครงการพัฒนาที่ดินบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเก่า และโครงการพัฒนาอาคารศุลกากรเก่า ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือโครงการร้อยชักสาม บนถนนเจริญกรุง กรมจะนัดประชุมกับผู้ได้รับสัมปทานในทุกโครงการ เพื่อหาทางออกที่ชัดเจน ภายในปีนี้
ด้านการบริหารจัดการเหรียญกษาปณ์นั้น เขากล่าวว่า กรมไม่มีแผนจะเปลี่ยนรูปแบบเหรียญใหม่ แต่จะเข้าบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ของเหรียญทั่วประเทศ เนื่องจาก การรับคืนเหรียญกษาปณ์ในระบบยังมีอุปสรรค ทำให้เป็นต้นทุนการผลิตเหรียญของกรม โดยกรมจะต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพสูงภายใต้ต้นทุนต่ำ


