วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.แจกใบแดงซ้ำส.ว.ศรีสะเกษ-ระนอง

กกต.แจกใบแดงซ้ำ ส.ว.ศรีสะเกษ-ระนอง พร้อมสั่งดำเนินคดีอาญา "อริสมันต์" หลังตัดต่อภาพ-ใส่ร้ายป้ายสีผู้สมัครส.ว.ปชป.

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการด้านสืบสวนสอบสวน สำนักงานกกต. แถลงว่าที่ประชุมกกต.มีมติสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งพร้อมดำเนินคดีอาญา น.ส.วิลดา อินฉัตร ส.ว.ศรีสะเกษ จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 57 กรณีให้นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นำแผ่นซีดีไปแจกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556 ของสมาคมฌาปณกิจสงเคราะห์ ของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยทับทัน จำกัด อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้ และกรณีรู้เห็นเป็นใจให้นายอริสมันต์ และนายพรชัย มณีนิล หาเสียงด้วยวิธีการใส่ร้ายคู่แข่งและหลอกหลวงผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาประชุม เพื่อต้อนรับพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ด้วยการนำรูปภาพของนายสมภพ มั่นคง ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ที่ตัดต่อไว้กับรูปภาพบุคคลอื่น คู่กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. พร้อมแนวร่วมคนอื่นๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่านายสมภพ เป็นแนวร่วมกลุ่มกปปส. โดยมีข้อความบนรูปภาพว่า "คุณสมภพบริจาค 2 ล้าน ต้านระบบทักษิณ ผู้สมัครส.ว. เบอร์ 5" พร้อมนำสำเนาภาพนั้นไปแจกจ่ายให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในตัวนายสมภพ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนให้กับตนเอง ซึ่งกกต.ได้สั่งให้มีการดำเนินคดีอาญานายอริสมันต์ ในกรณีดังกล่าวด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้กกต.ได้สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งน.ส.วิลดา ไปแล้ว ในข้อหาหลอกลวงผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้เข้าใจผิด โดยแจ้งใบแนะนำตัวอ้างว่าสำเร็จการศึกษาในระดับด๊อกเตอร์

นายดุษฎี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังสั่งให้มีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญากับนายศักดิ์ดา ศรีวิริยะไพบูลย์ ส.ว.ระนอง จากการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2557 จากกรณีรู้เห็นเป็นใจให้ผู้สนับสนุนนำปฏิทินประจำปี 2557 ที่มีภาพตราสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ภาพนายวิรัช ร่มเย็น อดีตส.ส.ระนอง และภาพของตนเอง พร้อมข้อความใต้ภาพว่า "อดีตผู้สมัครส.ว.ระนอง อดีตผู้ชำนาญการประจำตัวส.ส.วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์" ไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในจ.ระนอง เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยทั้ง 2 กรณี กกต.จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา หากศาลมีความเห็นตามที่กกต.เสนอ ก็จะดำเนินคดีอาญาต่อไป

สำหรับสำนวนร้องคัดค้านการเลือกตั้งส.ว. คงเหลือค้างการพิจารณา 1 สำนวน ส่วนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. 2 ก.พ.2557 เหลือ 5 สำนวน แบ่งเป็น สำนวนที่แล้วเสร็จรอการพิจารณาของกกต. 2 สำนวน และอีก 3 สำนวนอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน คือ กรณีร้องคัดค้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีทัวร์นกขมิ้น และคดีการใช้สื่อของรัฐหาเสียงเลือกตั้งทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย(เอ็นบีที) และคดีร้องคัดค้านเจ้าหน้าที่พรรคประชาธิปัตย์แถลงข่าวจงใจใส่ร้ายป้ายสีพรรคการเมืองอื่น และยังคงเหลือสำนวนร้องคัดค้านการเลือกตั้งท้องถิ่นอีก 86 สำนวน

นายดุษฎี ยังกล่าวด้วยว่า สำนักงานได้มีการเตรียมการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย เพื่อรองรับรูปแบบการเลือกตั้งใหม่ ภายหลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ โดยนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวน ได้ให้นโยบายแนวปฏิบัติกับด้านสืบสวนให้มีการปรับปรุงระเบียบสืบสวน และกำลังจัดทำคู่มือสืบสวนสอบสวน ต่อยอดจากการประชุมร่วมระหว่างด้านสืบสวนสอบสวนของสำนักงานกกต. และผู้พิพากษาศาลฎีกาที่จ.ภูเก็ต โดยร่างคู่มือดังกล่าว เมื่อแล้วเสร็จจะนำไปรับฟังความคิดเห็นจากอนุกรรมการวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนและเรื่องร้องคัดค้าน จำนวน 25 คณะ ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในเรื่องการจัดทำสำนวนจากอนุกรรมการวินิจฉัยฯ มาบรรจุในร่างคู่มือ ก่อนที่จะนำไปรับฟังความคิดเห็นอีก 9 ครั้ง ในพื้นที่ศาลอุธรรณ์ภาคทั่วประเทศ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากกกต.จังหวัด และพนักงานสืบสวนสอบสวนประจำจังหวัด ซึ่งคาดว่าคู่มื่อสอบสวนดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเดือนส.ค.นี้ ทันต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเมื่อนำมาใช้จะทำให้การสืบสวนสอบสวนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าจะนำมาพิจารณาใบเหลืองใบแดงอย่างรวดเร็วมากขึ้น


นายดุษฎี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ทางสำนักงานกกต. ยังได้ศึกษาสิ่งที่เป็นปัญหาและอุปสรรคของการทำงาน และได้วิเคราะห์ถึงแนวทางการแก้ไข เพื่อให้การทำงานจัดการเลือกตั้งและการปราบปรามการทุจริตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเห็นว่า 1.การสืบสวนสอบสวนที่ล่าช้ามาจากการที่กกต. ไม่มีอำนาจออกหมายเรียกพยาน จึงเรียกร้องให้มีการแก้ไขให้พนักงานสืบสวนของกกต. เป็นพนักงานสืบสวนตามกฎหมายอาญา 2.ไม่มีกฎหมายคุ้มครองพยาน โดยคดีเลือกตั้งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมือง การหาพยานทำได้อยาก เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลพยานมักกลับคำให้การ และ 3.การเสนอต่อศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้กระทำผิด เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลแล้วขอให้ศาลใช้สำนวนของกกต.ในการพิจารณา เพื่อป้องกันพยานกลับคำให้การและทำให้การพิจารณาเป็ไปด้วยความรวดเร็ว

"ยืนยันว่ากกต.พยายามปรับปรุงการทำงานอยู่ตลอดเวลา และพยายามที่จะแก้ไขปัญาอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้ทันกับรูปแบบการเลือกตั้งใหม่ที่จะมีขึ้น ซึ่งคิดว่าการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขปัญาหาต่างๆเหล่านี้ จะทำให้การทำงานของกกต.เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น" นายดุษฎี กล่าว