"วิษณุ"ชี้คสช.ใช้อัยการศึก ห้าม"ยิ่งลักษณ์" บินออกนอก ย้ำต้องนำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปศาลด้วย ทนายอดีตนายกฯยันคดียังไม่สั่ง "อสส."ส่งฟ้อง21ก.พ.
ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ไม่อนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกนอกประเทศว่า ไม่ทราบเรื่องที่คสช.ไม่อนุญาต แค่เห็นทางหนังสือพิมพ์เท่านั้น หากถามว่าคสช.ใช้อำนาจอะไร คงตอบว่าเป็นอำนาจกฏอัยการศึกที่ประกาศออกไป ใครจะเดินทางออกนอกประเทศก็ต้องเข้ามารายงานตัวเพื่อขออนุญาตตามกระบวนการ เช่นที่หลายคนตกเป็นข่าว ส่วนเหตุที่ไม่อนุญาตเพราะอะไรไม่รู้
เมื่อถามว่า ตามข้อกฎหมายแล้ว การที่อัยการสูงสุดจะสั่งฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ จำเป็นต้องนำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปศาลด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตามหลักกฏหมายแล้วจำเป็นเฉพาะในครั้งแรก อย่างที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวไว้ หากไม่เป็นไปตามกระบวนการอาจเกิดปัญหาตามมาภายหลังได้ แต่ว่าเรื่องที่ใครจะเดินทางออกนอกประเทศในข่ายผู้ที่ถูกคสช.เรียกตัวนั้น จะสังเกตได้ว่าศาลจะอนุญาตหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล หากว่าไม่มีเรื่องขึ้นศาลหรือยังไม่ถูกฟ้องดำเนินคดี ก็ต้องไปถามคนอื่นว่าทำไมต้องไม่ขออนุญาตศาล คำว่าขออนุญาตแปลว่าเขาจะให้หรือไม่ก็ได้ ส่วนกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอนยื่นคดีนัดแรกไม่จำเป็นต้องไป ให้ไปเฉพาะวันที่ถูกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าในกรณีที่ไปศาลหรือไม่ไป ทำไมตอนแรกคสช.อนุญาตแล้วตอนหลังถึงไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบเหตุผลในเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่ผู้ให้คำพิจารณาอนุญาต โดยก่อนหน้านี้มีผู้ที่โทรมาขอความช่วยเหลือ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะไปประสานกับใครและใครเป็นผู้ให้อนุญาต แสดงว่าต้องมีบุคคลบบางประเภทที่ต้องขออนุญาต ส่วนใหญ่เป็นคนที่อยู่ในข่ายคสช.เรียกตัวมาทั้งนั้น ส่วนกรณีที่จะเหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฐ พี่ชายน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ตัวมาได้ในนัดแรกที่เหลือไม่ต้องมา ทางศาลจะเป็นผู้พิจารณาว่าให้มาทุกครั้งหรือแค่ครั้งใดครั้งหนึ่ง ศาลอาจจะนัดให้มาฟังคำพิจารณาทุกครั้งก็ได้
"อย่างตอนที่ผมโดนคดีเรื่องหวย วันแรกผมก็ต้องไป ศาลบอกว่าวันหลังต่อจากนี้ไม่ต้องไป ก็เลยไม่เคยไป ไปอีกทีไปฟังวันพิพากษา นี้พูดจากผู้ที่มีประสบการณ์"นาย วิษณุ กล่าว
ยัน"ยิ่งลักษณ์"บินนอกได้คดียังไม่สั่งฟ้อง
นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่าคสช. ไม่อนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางออกนอกประเทศตามคำขอ โดยอ้างเหตุคดีเรื่องจำนำข้าวที่อัยการสูงสุด มีความเห็นสั่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ แล้วนั้น นายนรวิชญ์ กล่าวว่า ทางทีมทนายทำงานอยู่ในกรอบเฉพาะในทางคดีเท่านั้น ส่วนการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ฯ จะเดินทางไปที่ไหนอย่างไรหรือไม่นั้น ทางอดีตนายกฯไม่จำต้องแจ้งให้ทางทีมทนายทราบ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน
นายนรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ความจริงแล้ว หากอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ประสงค์ จะเดินทางออกนอกประเทศ ในช่วงนี้ ก็ไม่ได้ติดขัดในเรื่องข้อกฎหมายอะไร แม้ว่าอัยการสูงสุดจะมีความเห็นสั่งฟ้องในคดีโครงการรับจำนำข้าว ก็เป็นเพียงความเห็น แต่ก็ยังไม่ได้มีการยื่นฟ้องต่อศาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงไม่ได้อยู่ในอำนาจการควบคุมของอัยการสูงสุด หรือศาล ในคดีอาญามีหลักอยู่ว่า “ ในคดีอาญาต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหา หรือจำเลย ไม่มีความผิด จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด ” ซึ่งหลักกฎหมายดังกล่าวนี้ รัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายสูงสุด ของไทยเราที่ผ่านๆมาทุกฉบับ ก็ได้ให้การรับรองและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ แม้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 ก็ได้รับรอง และคุ้มครองไว้ในมาตรา 4
ส่วนการยื่นฟ้องคดีอาญา ของอัยการสูงสุด ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้นนายนรวิชญ์ กล่าวว่า มีขั้นตอน ที่แตกต่างจากการอัยการยื่นฟ้องคดีอาญาทั่วๆไป ตั้งแต่ในชั้นการยื่นฟ้องต่อศาล และการพิจารณาว่าจะมีคำสั่งประทับรับฟ้องไว้ หรือไม่ในวันยื่นฟ้องคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กฎหมายกำหนดแต่เพียงให้สำนักงานอัยการสูงสุด ที่เป็นโจทก์ส่งสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต่อศาลพร้อมคำฟ้องเพื่อประกอบการพิจารณา และรวมไว้ในสำนวนเท่านั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดว่า ในการยื่นฟ้องต่อศาลให้นำตัวผู้ถูกกล่าวหามาศาลด้วย
ทั้งนี้มีตัวอย่างเทียบได้ในคดี เมื่อเร็วๆนี้ ที่มีการยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในวันยื่นฟ้องก็ไม่ต้องนำตัวอดีตนายกฯสมชายไปศาลด้วยแม้ภายหลังการยื่นฟ้องแล้ว ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งประทับรับคำฟ้องของโจทก์ ไว้พิจารณาหรือไม่นั้น ยังมีขั้นตอนของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ในการที่จะเลือกผู้พิพากษาในศาลฎีกา เป็นองค์คณะผู้พิจารณาพิพากษาอีกขั้นตอนหนึ่ง และเมื่อศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องแล้ว ศาลจึงจะส่งสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลย และนัดคู่ความมาศาล ในวันพิจารณาครั้งแรก ซึ่งในวันพิจารณาครั้งแรก จึงเป็นวันที่จำเลยต้องไปปรากฏ ตัวต่อหน้าศาลศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ดังนั้น ในสำนวนคดีโครงการรับจำนำข้าว เมื่อยังไม่การกำหนดนัดพิจารณาครั้งแรก หาก คสช. มีคำสั่งห้าม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกนอกประเทศ ดัวยเหตุผลว่า “อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องคดีโครงการรับจำนำข้าวแล้วนั้น” คำสั่ง ของ คสช. นั้น น่าจะขัดต่อหลัก “การคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ ของผู้ต้องหา หรือจำเลย ในคดีอาญา ที่รัฐธรรมนูญของไทย ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ได้รับรอง และคุ้มครองไว้ตลอดมา”
ปชป.ยัน"ยิ่งลักษณ์"หนีคดีจำนำข้าวแน่
ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีที่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอเดินทางออกนอกประเทศว่า ตนเชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไม่สามารถขอลี้ภัยได้ เนื่องจากการขอลี้ภัยจะต้องเป็นเงื่อนไขทางการเมืองเท่านั้น แต่ในกรณีของ น.ส. ยิ่งลักษณ์นั้น เป็นการชัดเจนว่าจะหนีจากการดำเนินคดี จากการปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว เช่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่กลับมาสู้คดีแล้วครั้งหนึ่ง แต่พอรู้ว่าสู้ไม่ได้ก็เลือกที่จะไปขอดูกีฬาโอลิมปิคแล้วก็หนีคดี
นายวิรัตน์ กล่าวว่า มีโอกาสสูงมากที่น.ส.ยิ่งลักษณ์จะต้องหนีคดี เพราะว่าเรื่องจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ถือว่าเป็นประธานนโยบายข้าว ซึ่งมีอำนาจโดยตรงในการกำกับดูแลนโยบายนี้ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ยังได้รับหนังสือแจ้งเตือนจากทั้ง คณะกรรมการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และจากหลายหน่วยงานหลายครั้งเช่นกัน นอกจากนี้สื่อก็ได้นำเสนออย่างกว้างขวาง แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับไม่ยับยั้งการทุจริตดังกล่าว ดังนั้นตนเชื่อว่าเมื่อตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์รู้อยู่ว่าตัวเองทำอะไร เมื่อทางอัยการสูงสุดส่งสัญญาณเตือนมา ว่าจะฟ้องคดีในช่วงวันที่ 19-21 ก.พ.นี้ ก็หมายความช่วงเวลาดังกล่าวนี้ ทาง น.ส.ก็จะต้องอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้นหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปไหน ก็จะต้อใช้เวลาช่วงนี้เท่านั้นที่จะขออนุญาตตั้งแต่เนิ่นๆ
อสส.คาดส่งฟ้องคดีจำนำข้าว21ก.พ.
นายวันชัย รุจนวงศ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกรณีไม่ระงับยับยั้งการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ว่า ขณะนี้คณะทำงานอัยการร่างคำฟ้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ส่วนการยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯ จะยื่นสำนวนฟ้องพร้อมตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้ต้องหา คาดว่าจะฟ้องได้ภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ ภายหลังที่นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด (อสส.) มีความเห็นสั่งฟ้องดำเนินคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ส่วนป.ป.ช.จะประสานส่งตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้อัยการเมื่อใดนั้น ทางคณะทำงานอัยการกำลังอยู่ระหว่างประสานงานกัน
ส่วนกรณีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า อสส.ประสานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ชะลอการเดินทางไปต่างประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เนื่องจากเกรงจะกระทบต่อรูปคดี โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่ตามหลักแล้วอัยการไม่มีอำนาจห้ามการเดินทางไปต่างประเทศ เว้นแต่จะยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯแล้ว จะเป็นอำนาจการพิจารณาของศาล





