กต.ระดมความเห็น "เดินเรือตามแนวชายฝั่งไทย-เขมร-เวียดนาม"เสริมไทยเป็นฮับขนส่งสินค้าในภูมิภาค
กระทรวงการต่างประเทศ จัดสัมมนาเรื่อง "การเดินเรือตามแนวชายฝั่งทะเล ( Coastal Shipping) : ทางเลือกการส่งออกไทย - กัมพูชา - เวียดนาม" เพื่อระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการเดินเรือ สมาคมเจ้าของเรือไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สู่การกำหนดทิศทางและสนับสนุนธุรกิจการเดินเรือตามแนวชายฝั่งของประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าในภูมิภาคอาเซียน
นายชเนศร์ เพ็ญชาติ เลขาธิการสมาคมเจ้าของเรือไทย กล่าวถึงกรอบแนวคิดการเดินเรือตามแนวชายฝั่งทะเลไทย - กัมพูชา - เวียดนาม : ศักยภาพและความเป็นไปได้ว่า ปัจจัยการเดินเรือให้ประสบความสำเร็จ ต้องขึ้นอยู่กับการให้บริการขนส่งเดินเรือไทยอย่างมีมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันการขนส่งทางเดินเรือโดยเรือไทยถูกยกระดับและมีมาตรฐานการบริการไม่แพ้ต่างชาติ แต่การใช้บริการเรือขนส่งสินค้าของไทย มีไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นเรือต่างชาติ ทำให้เราต้องเสียค่าระวางสินค้าให้กับต่างชาติ เมื่อเรือต่างชาติปรับราคาขนส่งสินค้ากับต่างชาติ ก็ทำให้ราคาสินค้าขายปรับขึ้นตามไปด้วย จะขอฝากให้ทุกหน่วยงานรัฐช่วยรณรงค์สนับสนุนการใช้ขนส่งสินค้าเรือไทย เพื่อที่เราจะได้ไม่เสียดุลการค้าให้กับต่างชาติ
"ยิ่งขณะนี้ น้ำมันลดราคาน่าจะเป็นช่วงได้เปรียบของธุรกิจการขนส่งสินค้าทางเรือ หากแต่ผู้ผลิตสินค้าหรืออุปสงค์ หันมาสนใจใช้บริการส่งสินค้าทางเรือมากขึ้น จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจประกอบการทางเรือหรืออุปทานบูมมากขึ้น ส่วนตัวคิดว่า นโยบายรัฐบาลเปิดเขตเศรษฐกิจตามแนวชายแดนของประเทศจะส่งผลดีต่อธุรกิจการเดินเรือขนส่งสินค้าตามแนวชายฝั่ง หากรัฐช่วยส่งเสริมการเจาะธุรกิจเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือในตอนนี้ ก่อนที่การส่งทางเรือจะบูมก็จะช่วยให้ธุรกิจการขนส่งทางเรือของไทยมีโอกาสสดใสในภูมิภาคนี้"เลขาธิการสมาคมเจ้าของเรือไทยกล่าว
ด้านนายนิยม ไวยรัชพานิช รองประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การลดพิธีการทางศุลากรจะช่วยให้การขนส่งสินค้าข้ามประเทศเป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น สิ่งนี้ถือว่ามีความสำคัญ เพราะกฎหมายอำนวยความสะดวกให้กับการขนส่งสินค้าทางเรือจะช่วยลดอุปสรรค และขั้นตอนการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศได้ สำหรับตนมองภาพรวมใหญ่ว่า การจะส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าและกระจายสินค้าในภูมิภาค จะต้องมีถนนหนทางที่ใช้เป็นเส้นทางในขนส่งสินค้า และต้องเปิดด่านตามแนวชายให้มากขึ้นกว่า ก็จะยิ่งดีที่จะช่วยรองรับการเติบโตของการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และสามารถส่งเสริมการแข่งขันให้กับธุรกิจการเดินเรือของไทยให้ทัดเทียมกประเทศเพื่อนบ้านได้
ขณะที่นางดวงใจ จันทร ธุรกิจเดินเรือระหว่างประเทศ กล่าวว่า การขนส่งสินค้าไทยโดยทางเรือไปตามแนวชายฝั่งทะเลส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเวียดนาม และกัมพูชายังไม่คุ้มค่า ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะบรรทุกสินค้าขาไปอย่างเดียว แต่เราไม่รู้จะซื้ออะไรจากเวียดนาม หรือกัมพูชากลับมา ทำให้เรือไทยจากที่นั้น ตีเรือเปล่ากลับมา โดยไม่บรรทุกสินค้ากลับไทยมาด้วย โดยตนขอแนะนำให้การเดินเรือขนส่งสินค้าตามแนวชายฝั่งทะเลเสริมเป็นการเดินเรือเพื่อการท่องเที่ยวไปด้วย
โดยต้องการให้รัฐบาลได้ทำข้อตกลงการเดินเรือระหว่างไทย - กัมพูชา - เวียดนาม ทำให้ทำเป็นกฎหมายเดินเรือที่ถูกต้อง เพื่อเรือไทยสามารถถือ 3 สัญญาติ โดยตนเห็นลู่ทางการเดินเรือเลียบชายฝั่งเพื่อการค้าที่สามารถเป็นเส้นทางเดินเรือเพื่อการท่องเที่ยวได้ เริ่มที่ เกาะช้าง คลองใหญ่ จ.ตราด - สีหนุวิลล์ของกัมพูชา - ฮาเตียงของเวียดนาม บินต่อไปยังโฮจิมินทร์ จะช่วยให้การเดินเรือสำหรับการค้านำไปสู่การท่องเที่ยวได้ เพราะทุกวันนี้ การเดินเรือของไทยยังมีข้อจำกัด เนื่องจากเรือไทยที่เดินเรือในเส้นทางนี้ยังมีสัญชาติเดียว และเรายังไม่ทำข้อตกลงในเรื่องนี้กับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่เวียดนามกับกัมพูชาทำข้อตกลงนี้แล้ว ทำให้ได้เปรียบในเรื่องการเดินเรือขนส่งสินค้ามากกว่า





