12องค์กรภาคียาสูบเล็งยื่นสมุดปกขาวถึงครม. แจง9สาเหตุที่ควรคว่ำร่างกม.คุมยาสูบฉบับใหม่ ชี้แก้ปัญหาไม่ตรงจุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มผู้คัดค้านกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข จะผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งประกอบด้วย สมาคมผู้เพาะปลูก ผู้บ่มใบยาสูบจากภาคเหนือ เครือข่ายชาวไร่ยาสูบภาคอีสานและสมาคมชาวไร่ยาสูบภาคกลางตอนบน รวมถึงสมาคมผู้ค้าทั้งปลีก-ส่ง พร้อมเอกชนและสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจยาสูบรวม 12 องค์กร ในนามภาคียาสูบ ได้ร่วมกันจัดทำสมุดปกขาว ซึ่งประกอบด้วยเอกสารข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ เพื่อนำเสนอต่อ ครม.ในเร็วๆนี้
โดยนายกฤษณ์ ผาทอง นายกสมาคมผู้เพาะปลูก ผู้บ่มและผู้ค้ายาสูบ จ.เชียงใหม่ และตัวแทนภาคียาสูบ เปิดเผยว่า สมุดปกขาวฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการชี้แจงถึงปัญหาและข้อเท็จจริงของร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบที่จะส่งผลกระทบในหมู่กว้างถึงกลุ่มผู้ประกอบอาชีพในอุตสาหกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างชาวไร่ยาสูบ ยันปลายน้ำคือร้านค้าปลีก และไม่ได้แก้ปัญหาให้ตรงจุดในการคุ้มครองเยาวชนตามกล่าวอ้าง โดยเราจะนำส่งเอกสารนี้ให้กับครม.ทุกคน เนื่องจากที่ผ่านมามีการพยายามบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ที่แสดงความเห็นคัดค้านกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งเวทีการพูดคุยในเรื่องนี้ก็มีการตั้งธงที่จะผลักดันร่างฯเข้าสู่ ครม.ไว้แล้ว โดยไม่ได้เปิดโอกาสที่จะรับฟังความเห็นของกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบอย่างจริงใจ
“เราหวังว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหยุดผลักดันร่างที่ยังคงเป็นปัญหานี้เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. โดยในเนื้อหาสมุดปกขาวฉบับนี้ได้มีการชี้แจงถึง 9 เหตุผลที่รัฐบาลไม่ควรผ่านร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบไว้ด้วย” นายกฤษณ์ กล่าว
นายกฤษณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับ 9 เหตุผลที่รัฐบาลไม่ควรผ่านร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบนั้น มีอาทิ กระบวนการจัดทำร่างไม่มีความโปร่งใส อำพรางวัตถุประสงค์ในการผลักดันด้วยการใช้เยาวชนบังหน้า เนื้อหาที่ก้าวล่วงและทับซ้อนอำนาจนิติบัญญัติของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ลิดรอนสิทธิและเสรีภาพเพราะมีมาตรการสุดโต่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของธุรกิจและขัดรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเป็นการขัดหลักกฎหมายที่ดี เพราะให้อำนาจรัฐมนตรีออกกฎหมายลูกจำนวนมาก เป็นต้น
ด้านนางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการสมาคมการค้ายาสูบไทยกล่าวว่า การกล่าวอ้างว่าร่างกฎหมายนี้ออกมาเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนทั้งๆ ที่มีมาตราที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนจริงๆ เพียง 1-2 มาตรา ส่วนที่เหลือพุ่งเป้าทำลายธุรกิจยาสูบอย่างชัดเจน เนื้อหาของร่างกฎหมายมีการห้ามซื้อและขายโดยเยาวชนด้วยการกำหนดอายุไว้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี ฉะนั้นหากมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เด็กและเยาวชนก็ไม่สามารถเข้าถึงยาสูบได้ แต่กลับมีการเพิ่มมาตรการอื่นๆ ออกมาอีกมากมายที่กระทบและลิดรอนสิทธิ์ของร้านค้าปลีก ผู้ประกอบการ และขัดแย้งกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายสรรพสามิตอีกด้วย
นางวราภรณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ สมุดปกขาวยังมีการตอบโต้ข้อโต้แย้งจากฝั่งเอ็นจีโอบุหรี่เป็นรายข้อ ทั้งประเด็นกล่าวอ้างว่าไม่มีมาตราที่กระทบชาวไร่ยาสูบหรือร้านค้า อีกทั้งเหตุผลที่อ้างว่าไม่สามารถพูดคุยกับผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมเนื่องจากติดข้อบังคับขององค์การอนามัยโลกที่ห้ามการติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นข้อโต้แย้งที่ไม่เป็นความจริง แนวทางปฏิบัติดังกล่าวเพียงกำหนดให้การติดต่อต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเปิดเผย แต่ไม่มีส่วนใดเลยที่ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อ นี่คือสาเหตุที่เราต้องจัดทำสมุดปกขาวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้ผู้ออกนโยบายและสังคมรับรู้ข้อมูลรอบด้านโดยหวังว่ารัฐบาลจะรับฟังและหยุดร่างกฎหมายที่จัดทำขึ้นด้วยอคติของกระทรวงสาธารสุขฉบับนี้ไว้ก่อน





