"พล.อ.ประยุทธ์" ชี้เปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้ว 36 ตำบล ใน 10 อำเภอ ของ 5 จังหวัดชายแดน
เล็งเปิดเพิ่มอีก 5 จังหวัดในแนว "ระเบียงเศรษฐกิจ"
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า เรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น วันนี้รัฐบาลได้ออกประกาศกำหนดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างเป็นทางการแล้ว โดยครอบคลุมพื้นที่ 36 ตำบล 10 อำเภอ ของ 5 จังหวัดติดแนวชายแดน ซึ่งจะรวมเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 1.83 ล้านไร่ ได้แก่ 1. จังหวัดตากประกอบด้วย 14 ตำบล ใน อ.แม่สอด อ.พบพระ อ.แม่ระมาด ระมาด 2. มุกดาหาร ประกอบด้วย 11 ตำบล ใน อ.เมือง อ.หว้านใหญ่ อ.ดอนตาล 3. สระแก้ว ประกอบด้วย 4 ตำบล ใน อ.อรัญประเทศ อ.วัฒนานคร 4. ตราด ประกอบด้วย 3 ตำบล ของ อ.คลองใหญ่ (ทั้งอำเภอ) 5. สงขลา ประกอบด้วย 4 ตำบล ใน อ.สะเดา
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) เพื่อจะขับเคลื่อนโครงการดูแลในเรื่องขอบเขตพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐาน ด่านศุลกากร นิคมอุตสาหกรรม ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ด้านแรงงาน แรงงานต่างด้าว ด้านสาธารณสุข ด้านความมั่นคง รวมทั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน ก็ได้พิจารณาอนุมัติแนวทางในการกำหนดสิทธิประโยชน์และมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่สำคัญ อาทิเช่น 1. กรณีกิจการทั่วไป จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 3 ปี แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 8 ปี ส่วนนิติบุคคลที่ได้รับการยกเว้นภาษีฯ เป็นเวลา 8 ปีอยู่แล้ว ก็จะได้รับการลดหย่อนภาษีฯ ร้อยละ 50 เพิ่มเติมอีก 5 ปี โดยในการคำนวณภาษีฯ นั้น สามารถหักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า ค่าประปา ได้ 2 เท่า เป็นเวลา 10 ปี รวมทั้งหักค่าติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกได้ ร้อยละ 25 และการยกเว้นอากรขาเข้า สำหรับเครื่องจักร วัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับส่วนที่ผลิตเพื่อการส่งออกอีกด้วย
2. ในกรณีที่เป็นกิจการเป้าหมาย สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ เรามีเป้าหมายของรัฐบาล เช่น ในเรื่องของการอุตสาหกรรมที่เป็นการเพิ่มเทคโนโลยีที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ก็จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี ในวงเงินไม่เกินร้อยละ 100 และการลดหย่อนภาษีฯ ร้อยละ 50 เพิ่มเติมอีก 5 ปีเช่นกัน
3. กิจกรรมที่ไม่ได้รับการส่งเสริมตามประกาศ BOI จะได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล จากร้อยละ 20 เหลือร้อยละ 10 เป็นระยะเวลา 10 รอบบัญชี
ทั้งนี้ ก็ขอให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในพื้นที่ การวางผังเมือง ต้องมีการออกกฎหมายเพิ่มเติม ระบบสาธารณูปโภคต้องลงทุนอีกหลาย แสนล้านบาท และการออกกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการค้าการลงทุนในพื้นที่ให้ได้โดยเร็ว รวมทั้งสานสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน (Connectivity) ให้เขาได้พัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจเชื่อมต่อให้ควบคู่กันไป ก็ต้องเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจชุมชนของแต่ละจังหวัดด้วย ก่อนที่จะไปเขตเศรษฐกิจพิเศษ และก็ไปถึงเขตเศรษฐกิจชายแดน และไปประชาคมโลกอื่น ๆ
พล.อ.ประยุทธ์ยังเปิดเผยด้วยว่า ในระยะต่อไปรัฐบาลก็มีแผนจะผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติมอีกใน 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย หนองคาย กาญจนบุรี นครพนม และนราธิวาส เขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ ล้วนเป็นพื้นที่ชายแดน ที่ตั้งอยู่บนแนว “ระเบียงเศรษฐกิจ” เพื่อจะเตรียมความพร้อมของประเทศไทย ในการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เราสามารถที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งการค้า การลงทุน และช่วยทั้งในเรื่องการกระจายสินค้า และเปลี่ยนสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสินค้าการเกษตร การท่องเที่ยว และการบริการ ซึ่งธุรกิจต่าง ๆ เหล่านั้นก็จะเป็นกลไกสำคัญที่จะเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ภูมิภาค และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศให้มีความมั่นคงต่อไปในระยะยาว





