วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จ่อคลอด'พรบ.สวนป่า'สัปดาห์นี้

วิปสนช.เตรียมนำ ร่าง พ.ร.บ.สวนป่า เข้าที่ประชุมพิจารณาวาระ 2-3 ภายในสัปดาห์นี้

แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมดำเนินการตามกฎหมายเพื่อไม่ให้ก่อภาระที่ไม่จำเป็นต่อประชาชน โดยเฉพาะชนิดต้นไม้ตามบัญชีแนบท้าย

เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีวาระการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญ อาทิ ร่าง พ.ร.บ.สวนป่า พ.ศ. .... ที่จะมีการพิจารณาในวาระ 2 และ 3 หลังจากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวแล้วเสร็จ โดย กมธ.ได้มีข้อสังเกตเสนอต่อที่ประชุม สนช.พิจารณาในประเด็นสำคัญดังนี้

พ.ร.บ.สวนป่า พ.ศ.2535 มีบทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสม และเป็นอุปสรรคต่อการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการปลูกสร้างส่วนป่า อีกทั้งไม่ได้มีการกำหนดให้ที่ดินที่มีใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ให้ทำสวนป่าสามารถนำมาขึ้นทะเบียนเป็นสวนป่าได้

ประกอบกับปัญหาอุปสรรคในการแปรรูปไม้และการออกใบรับรองไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า และความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับ สถานะของสัตว์ป่าหรือของป่าในสวนป่า

ดังนั้นจึงสมควรแก้ไขหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนสวนป่า การแปรรูปไม้ในสวนป่า ตลอดจนการเก็บหา ค้า มีไว้ในครอบครอง หรือนำเคลื่อนของในสวนป่า รวมทั้งการออกใบรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และปรับปรุงมาตรการในการกำกับดูแล แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ กมธ. ตั้งข้อสังเกตถึงขึ้นตอนการดำเนินการตาม ร่าง พ.ร.บ.นี้ โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อไม่ให้ก่อเกิดภาระที่ไม่จำเป็นต่อประชาชน อีกทั้ง ชนิดต้นไม้ที่มีการเพิ่มบัญชีต้นไม้ท้าย ร่าง พ.ร.บ.มีจำนวนมาก ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบควรมีมาตรการหรือแนวทางให้คำแนะนำและเสนอแนะการปลูกไม้แต่ละชนิดให้แก่ผู้ปลูกสวนป่าอย่างเหมาะสม และทั่วถึง

กมธ. มีข้อสังเกตอีกว่า ควรกำหนดให้ภารกิจที่เกี่ยวกับไม้ป่าชายเลนเป็นภารกิจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินตามกฎหมายอย่างเหมาะสม

ล่าสุดได้รับการยืนยันจากทางคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สนช. หรือ วิปสนช.ว่า ในการประชุมสัปดาห์นี้จะยังคงมีการพิจารณาวาระดังกล่าวตามปกติ โดยวิปสนช.รายหนึ่ง ได้แสดงความเห็นว่า ร่างพ.ร.บ.สวนป่า จะต้องพิจารณาประกอบกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่รัฐบาลเสนอเข้ามาเช่น ร่าง พ.ร.บ.ป่าสงวน โดยหลักการจะต้องมีความสอดคล้องกัน