วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กองปราบ'จับผู้ต้องหาอ้างเบื้องสูงฉ้อโกงชาวบ้าน‏

"พ.ต.อ.อัคราเดช" รรท.ผบก.ป. แถลงจับจับผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูง ฉ้อโกงชาวบ้าน‏

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผบก.ป. รรท.ผบก.ป. พร้อม พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.จอม สิงห์น้อย สว.กก.3 บก.ป. ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายเอกชัย พลอยหิน หรือเอฟ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง , ฉ้อโกง และเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเป็นการตอบแทนหรือจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 , 341 และ 143

พ.ต.ท.จอม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่(2ก.พ.) นายบรรเทิง เนมีแสน อายุ 73 ปี เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. เนื่องจากเมื่อเดือนธันวาคม 2551 นายไพฑูรย์ เนมีแสน บุตรชายของนายบรรเทิงถูกตำรวจ สภ.บางแพ จ.ราชบุรี จับกุมในคดียาเสพติด ต่อมามีคนรู้จักแนะนำว่านายเอกชัย สามารถวิ่งเต้นช่วยเหลือนายไพฑูรย์ ให้พ้นจากการถูกจับกุมได้ นายบรรเทิงและครอบครัวจึงติดต่อกับนายเอกชัย ซึ่งแอบอ้างเบื้องสูง ก่อนจะเรียกรับเงินเป็นค่าดำเนินการจากนายบรรเทิง จำนวน 1.3 ล้านบาท โดยที่นายบรรเทิง และลูกชายหลงเชื่อว่านายเอกชัยจะช่วยเหลือได้ จึงนำเงินที่เก็บสะสมมาตลอดชีวิตให้นายเอกชัย โดยนัดส่งมอบกันที่ รร.โกลเด้นท์ซิตี้ จ.ราชบุรี แต่สุดท้ายแล้วนายเอกชัยก็ไม่สามารถช่วยเหลือให้นายไพฑูรย์ รอดพ้นการถูกดำเนินคดียาเสพติดตามที่กล่าวอ้างได้ นายบรรเทิงจึงได้ทวงถามขอเงินคืน จากนั้นนายเอกชัยจึงนัดส่งเงินคืนที่ร้านอาหารลมโชย จ.ราชบุรี แต่ก็คืนเพียง 2 แสนบาท โดยที่นายบรรเทิงไม่กล้าแจ้งความเอาผิด เนื่องจากเกรงกลัวอำนาจและบารมีของนายเอกชัย กระทั่งเห็นข่าวครอบครัวตระกูลสุวะดี ซึ่งเป็นเครือข่ายที่นายเอกชัยเคยอ้างว่าสนิทสนมนั้นถูกตำรวจจับกุมจึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความ

พ.ต.ท.จอม กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบย้อนกลับไปเมื่อปี 2549 พบว่า บ้านของนายอภิรุจ สุวะดี (บิดาของคุณผู้หญิงบุษา สุวะดี) ที่จ.ราชบุรี และ บ้านสวนส้มทิพย์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ซึ่งเป็นของมารดานายเอกชัยนั้นอยู่ติดกัน จนทั้ง 2 บ้านมีความสนิทสนมนับถือกัน ไปมาหาสู่กันบ่อยๆ กระทั่งนายเอกชัยใช้นำไปแอบอ้างในการช่วยเหลือนายไพฑูรย์ดังกล่าว

ขณะที่พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวว่า จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า เมื่อปี 2557 นายเอกชัยเคยเป็นคนกลางรับเงินวิ่งเต้นจากนายวิศิษฎ์ สัจพจน์นุกูล เพื่อเปิดบ่อน “นัมเบอร์วัน” ย่านเหม่งจ๋าย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารกับตำรวจเข้าจับกุมอีกด้วย ซึ่งขณะนั้นนายเอกชัยไม่ได้ถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด

ด้านนายเอกชัย กล่าวว่า ขอรับสารภาพในข้อหาหลัก ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ ที่ปฏิเสธนั้นขอให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งในส่วนของการอ้างถึงสถาบันฯนั้น เป็นข้อมูลบางส่วนที่เกิดความผิดพลาด ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่จะต้องสอบปากคำ และดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ตนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายไทยว่าจะได้รับความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวนายเอกชัยกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ รวมทั้งคดี บ่อน “นัมเบอร์วัน”เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ปี 2557 นั้น ที่ทาง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เป็นผู้สอบปากคำนายเอกชัย ว่าเป็นการจัดฉากหรือไม่นั้น นายเอกชัยกล่าวว่า ตนพอจะรู้จักกับพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์บ้าง แต่ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์สนิทส่วนตัว และในส่วนของคดีบ่อนนั้น ไม่ได้เป็นการจัดฉาก เพียงแต่ถูกเชิญไปให้ข้อมูลเท่านั้น แต่หลังจากวันดังกล่าว ก็ไม่ได้ถูกเรียกไปสอบปากคำใดๆอีก

เมื่อถามว่านอกจากนายบันเทิงแล้ว มีใครอีกบ้างที่นายเอกชัยอ้างว่าจะสามารถช่วยวิ่งเต้นล้มคดีได้ นายเอกชัย กล่าวว่าไม่ได้วิ่งเต้นเพื่อสู้คดี แต่เพียงวิ่งเต้นเพื่อช่วยประกันตัวออกมาเท่านั้น ในส่วนของการสู้คดีนั้น เป็นเรื่องที่เขาต้องไปสู้กันเอง แต่อาจจะเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตนที่คิดว่าติดต่อทนายแล้วจะสามารถวิ่งเต้นช่วยประกันตัวได้

เมื่อถามว่าสำหรับเงินจำนวน 1.3 ล้านบาทที่ได้จากนายบันเทิงนั้น นำไปแบ่งให้กับบุคคลใดบ้าง นายเอกชัย กล่าวว่า ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้สอบปากคำ และดำเนินการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายเอกชัย ไปค้นบ้านพักที่ ต.วัดเพลง อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี จำนวน 2 จุด และบ้านสวนส้มทิพย์ รีสอร์ท แอนด์ สปา อีก 1 จุด รวมเป็น 3 จุด