สปช.อัดจนท.บังคับใช้กม.ไร้ประสิทธิภาพ ยกเคสระบิดพารากอน มือระเบิดท้าทายอำนาจรัฐจี้จับกุมลงโทษให้ได้
ในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสปช. คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมได้เปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกสปช. เรื่อง"จะทำอย่างไรให้มีการบังคับใช้กฎหมาย เป็นไปอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม" โดยนายเสรี สุวรรณภานนท์ สปช. อภิปรายว่า ปัจจุบันการบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดปัญหาหลายเรื่อง ล่าสุดเกิดเหตุระเบิดที่หน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ซึ่งผู้กระทำผิดทำเหมือนไม่กลัวกฎหมาย ท้าทายอำนาจรัฐ ดังนั้นเจ้าหน้าที่จะต้องหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ที่ผ่านมาบ้านเมืองไม่สงบสุข มีทั้งอาชญากรรม ปล้น จี้ ชิงทรัพย์ เผาบ้านเผาเมือง การหมิ่นประมาท เด็กนักเรียนตีกัน มีการหมิ่นสถาบัน ซึ่งปรากฏอยู่ในหลายเว๊ปไซต์ ทำเหมือนบ้านเมืองไม่มีกฎหมาย และไม่มีคนรับผิดชอบ ขณะที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็มีปัญหา มีการวิ่งเต้นโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม มีการทุจริตคอร์รัปชั่นในวงกว้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ ซึ่งแนวทางแก้ปัญหานั้นรัฐต้องกวดขันให้เจ้าหน้าที่เคร่งครัดต่อการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการต้องเป็นธรรม หากเจ้าหน้าที่กระทำความผิดต้องถูกลงโทษเป็น 2 เท่า
นายวันชัย สอนศิริ สปช.อภิปรายว่า ในคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้สรุปถึงการบังคับใช้กฎหมายว่าต้องมีความอิสระ ปราศจากการแทรกแซง และไม่ถูกครอบงำ ซึ่งมี 2 เรื่องที่ทำให้เกิดปัญหา คือ เงินกับอำนาจ ที่ทำให้การทำงานของข้าราชการไม่มีอิสระ มีการแทรกแซง เกิดการครอบงำ แม้แต่ในสภาฯ ไม่ว่าจะเป็นส.ส.สว.หรือรัฐมนตรี บางคนที่เป็นข้าราชการดีแสนดี พอมาอยู่ในสภาฯ ก็แพ้เงิน แพ้อำนาจ บางคนเป็นผู้ใหญ่น่าเคารพนับถือของบ้านเมืองพอเจอเงินกับอำนาจ ก็เพี้ยน ซึ่งหลักการของข้าราชการ ไม่ว่าข้าราชการประจำ หรือข้าราชการการเมือง จะทำงานเพื่อเกียรติยศและศักดิ์ศรี เพราะเป็นผู้ควบคุมกติกาและกฎหมาย โดยยึดหลักคุณธรรม ขณะที่พ่อค้า นักธุรกิจ ทำงานเพื่อเงินและผลกำไร ทำเพื่อบริษัทตัวเอง เพื่อวงศ์ตระกูลและบริวาร โดยจะหาช่องทางทางกฎหมายทุกรูปแบบ ทั้งการเล่นใต้ดินและบนดิน ซึ่งทั้ง 2 องค์กรนี้เขาห้ามรัดวงจรกัน แต่ในความเป็นจริงเงินก็เข้ามาควบคุมข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ จนทำให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เคร่งครัดและไม่เป็นธรรม ดังนั้น คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องทำเรื่องสำคัญ คือทำให้คนดีมีที่ยืนอยู่ได้ ทั้งยศและตำแหน่ง คนชั่วต้องถูกขจัดออกไป
ขณะที่พล.ต.ต.ปรีชา สมุทระเปารยะ สปช.อภิปรายว่า การบังคับใช้กฎหมายด้านคดี มี 2 กระบวนการคือ การตั้งข้อหา การจับกุมผู้ต้องหา และการสอบสวนในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งตนเห็นว่าเพื่อความโปร่งใส เจ้าหน้าที่ตำรวจควรต้องมีการบันทึกเสียงและภาพ ตั้งแต่การสอบสวน การจับกุม เก็บเป็นไฟล์บันทึกเพื่อเป็นเครื่องยืนยันกรณีที่ผู้ต้องหาหรือพยานกลับคำ ให้การหรือพนักงานสอบสวนมีการค้าสำนวน เพื่อให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และหากผู้ต้องหาต้องการบันทึกภาพและเสียง ก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายด้านคดีมีความยุติธรรมมากขึ้น และหากจะนำไปใช้ในกระบวนการยุติธรรมอื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน
จากนั้นสมาชิกได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยมีความเห็นตรงกันว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่บังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจัง จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น อาทิ นางตรึงใจ บูรณสมภพ พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สปช. เสนอให้มีกฎหมายเพื่อควบคุมผู้ที่มีหน้าที่บังคับบัญชาใช้กฎหมาย แต่กลับละเมิดไม่ปฏิบัติตาม เช่น ตำรวจ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือข้าราชการระดับรองลงมา นอกจากนี้ประชาชนที่คอยเป็นหูเป็นตาหรือรู้เบาะแสในความผิดต่าง ๆ สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องแต่ละคดีได้นั้นต้องได้รับรางวัล นอกจากนี้ยังเสนอให้แยกคดีอาญา ออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพราะจะทำให้การทำงานมีความเป็นธรรมมากขึ้น ภายหลังสมาชิกใช้เวลาอภิปราย 3 ชั่วโมง ที่ประชุมมีมติเห็นชอบส่งความเห็นดังกล่าวให้กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและความเป็นธรรม และกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ด้วยคะแนน 221 งดออกเสียง 5 เสียง จากนั้นประธานได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 14.00 น.





