วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อุดมเดช'เผยรัฐเร่งหามือมืดลอบวางบึ้มสยาม

ผบ.ทบ. เผยรัฐเร่งหามือมืดลอบวางบึ้มสยาม วอนปชช.อย่าตกใจ “ประวิตร” สั่งตร.-ทหารติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

ไม่ฟันธงฝีมือกลุ่มต้านมติถอดถอน “ยิ่งลักษณ์” เชื่อไม่ใช่การท้าทายอำนาจคสช. ลั่นไม่เพิ่มจุดตรวจแต่เพิ่มความหนาแน่น ยันรบ.ไม่แกล้งสร้างสถานการณ์เอง

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เกิดเหตุระเบิดบริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีสยามกับห้างสรรพสินค้าพารากอน เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทางทหารได้เข้าไปร่วมตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2รอ.) ซึ่งผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ได้เข้าไปดูแล ทั้งนี้ขอให้ประชาชนอย่าได้ตกใจ ขณะนี้กำลังพยายามหาตัวผู้กระทำความผิดโดยทหารได้ประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและมีภาพต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่การหาตัวผู้กระทำความผิดได้ ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ ต่อไป

“เราไม่ได้นิ่งนอนใจแต่ยังไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มใดและมีความประสงค์สิ่งใด ส่วนระเบิดนั้นไม่มีความรุนแรง และไม่ได้มุ่งร้ายเอาชีวิต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ได้กำชับและสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารติดตามสถานการณ์ดูแลอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญคือการดูแลในช่วงต่อไปทหารและตำรวจต้องช่วยกันติดตามสถานการณ์ อีกทั้งดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง ๆ แต่ประชาชนอย่าได้ตกใจและใช้ชีวิตอย่างปกติ แต่หากเห็นสิ่งใดที่ผิดสังเกตต้องรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนด้วย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ต้องดูแลทุกพื้นที่โดยไม่ใช่เฉพาะกทม.เพียงแห่งเดียว”พล.อ.อุดมเดช กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการวิเคราะห์ว่าเกี่ยวกับกลุ่มการเมืองที่ออกมาต่อต้านมติถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า คงไม่ยืนยันอะไรตอนนี้ ทั้งนี้เรามีฐานการข่าวอยู่แต่ยังขอไม่ชี้แจงรายละเอียด เรื่องเหล่านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลเป็นหลัก แต่ก็มีการเชื่อมโยงข้อมูล กลุ่มใดที่เป็นข้อสงสัยขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ติดตาม หากไปชี้ชัดตอนนี้คงไม่เหมาะสม

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการท้าทายอำนาจคสช.และการประกาศใช้กฎอัยการศึกหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น อาจจะเป็นการกระทำของพวกที่มีความคึกคะนองก็ได้ หรือเป็นการแสดงสัญลักษณ์บางอย่างของกลุ่มเฉพาะ อาจจะนำมาสวมกับเหตุการณ์ต่างๆ เพราะฉะนั้นยังไม่สามารถชี้ชัดหรือระบุความชัดเจนได้ จึงยังไม่ควรพูดออกไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเพิ่มความเข้มงวดการตั้งจุดตรวจมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องเพิ่มมากขึ้นจากเดิมเท่าไหร่นัก เพราะเดิมมีการตรวจตราอยู่แล้วแต่จะให้มีความแน่นหนามากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ทหารและตำรวจจะลงไปดูพื้นที่ล่อแหลมและเป็นจุดเสี่ยงในนามวิการณ์มากขึ้น ส่งผลให้ปัญหาอาชากรรมที่เริ่มจะมีมากขึ้นจะได้ดูแลได้มากขึ้นไปด้วย ทำให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนดีขึ้น

ต่อข้อถามที่ว่าแต่มีฝ่ายตรงข้ามโจมตีว่าระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของฝ่ายรัฐเพื่อเป็นเหตุผลของการคงใช้กฎอัยการศึก พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ก็คงพูดกัน ฝ่ายรัฐไม่มีการทำเรื่องดังกล่าว ยืนยันได้ว่าราชการตรงไปตรงมา ไม่ต้องไปแกล้งสร้างอะไรขึ้นมา แต่จะมีคนบางคนยังดูอยู่เท่านั้น จะเป็นไปด้วยความคึกคะนองของเฉพาะกลุ่มเล็ก ๆ หรืออาจจะเป็นการแสดงสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง หรือแม้กระทั่งที่พูดกันว่าเป็นวันครบรอบสถาบัน ซึ่งตนไม่ได้เจาะจงแต่ต้องดูเช่นเดียวกัน ขณะนี้อย่าเพิ่งไปสรุปว่าเป็นเรื่องราวอะไร สิ่งที่ต้องทำคือเข้มงวดการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่มากขึ้น