"พล.ต.อ.สมยศ" ผบ.ตร.ลั่นจับได้แน่ มือบึ้มหวังสร้างความวุ่นวาย ย้ำหลักฐานแน่นหนาจะออกหมายจับ
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เปิดเผยกรณีเกิดเหตุระเบิดที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ใกล้ลานน้ำพุ ติดทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส ในเวลาประมาณ 20.02 น. เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2558 ที่ผ่านมาว่า ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องประชุมที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ตร. ชั้น 20 โดยมี พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. โฆษก ตร., ผบช.น., ผบก.น. , ผบก.ป. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับกรณีการเกิดเหตุระเบิดดังกล่าวได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. เป็นผู้ให้ข่าวเพียงผู้เดียวเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่โดยเฉพาะทีมงานที่ทำงานคลี่คลายในคดีนี้ ให้สัมภาษณ์ โดยเฉพาะในประเด็นที่เจาะหลึกถึงหลักฐานโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อการสืบสวนสอบสวนและการดำเนินคดี
“ในส่วนของคนร้ายที่ก่อเหตุนั้นจากที่ผมได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบพร้อมคณะทำงานฝ่ายสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายน่าจะหวังสร้างสถานการณ์ สร้างความวุ่นวายสร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับประชาชนในการก่อเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ก็ได้เก็บรวบรวมวัตถุพยานหลักฐานต่างๆที่เป็นประโยชน์ในการสอบสวนจากจุดเกิดเหตุได้หลายอย่างและเชื่อว่าจะสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการออกหมายจับผู้ก่อเหตุและนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยได้อย่างแน่นอน”พล.ต.อ.สมยศ กล่าวและว่า
นอกจากนี้ ยังได้มีวิทยุ ด่วนที่สุด ที่ 0001 (ศปก.ตร.)/23 ลงวันที่ 1 ก.พ.2558 สั่งการถึง ผบช.น., ภ.1-9, ศชต., ก., ส., สกพ., ตชด., สพฐ. และ ศปก.ตร. กำชับการปฏิบัติ ให้ทุกหน่วยเพิ่มมาตรการด้านการข่าวเชิงรุก โดยให้ติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคล กลุ่มบุคคล ที่มีพฤติการณ์หรือความประพฤติไม่เรียบร้อย และหรือมีประวัติเคยมีหรือใช้อาวุธสงคราม วัตถุระเบิดก่อเหตุร้ายที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ต่าง ๆ รวมที้งบุคคลพ้นโทษ หรือได้รับการปล่อยชั่วคราวในคดีดังกล่าว โดยให้ บช.ส. เป็นเจ้าภาพบูรณาการด้านการข่าวกับทุกหน่วยงานในพื้นที่
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวด้วยว่า กำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มและความถี่ในการตรวจตราสถานที่สำคัญที่อาจตกเป็นเป้าหมายในการสร้างสถานการณ์ สร้างความวุ่นวายหรือก่อเหตุร้ายในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นิยมไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เช่น ห้างสรรสินค้า ร้านอาหาร สถานีโดยสารสาธารณะทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ฯลฯ โดยให้ประสานกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยสถานที่ เพื่อกำชับเวร รปภ. ตรวจสอบความพร้อมของกล้องวงจรปิด ตรวจสอบบุคคล/ยานพาหนะต้องสงสัย และวางระบบการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันได้ตลอดเวลา และให้เพิ่มจุดตรวจเข้มแข็ง เพื่อตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ อาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และสิ่งผิดกฏหมายทุกชนิด เป็นการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยและมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน
“ที่ผ่านมารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงก็ได้เตือนมาหลายครั้งในการให้ความสนใจกับสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนต์ สถานีรถไพ สถานีขนส่ง และสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมามีเหตุการร์รุนแรงเกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับฝ่ายความมั่นคงมาโดยตลอดอยู่แล้วไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างไร” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว





