วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กก.องค์กรตรวจสอบต้องโชว์ขุมทรัพย์!

(รายงาน) "กรรมการ" องค์กรตรวจสอบ ต้องโชว์ขุมทรัพย์ ตีตก "ภรรยานอกสมรส-บุตรทุกช่วงวัย"

การประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) เพื่อพิจารณาบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ซึ่งเป็นวันที่ 9 ของการประชุม วาระสำคัญยังอยู่ที่การพิจารณาเนื้อหาภาค 3 ว่าด้วยนิติธรรม ศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ในหมวด 2 ว่าด้วยการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

เริ่มจาก มาตรา (3/2/1) 2 ว่าด้วยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ต้องยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยคณะอนุกรรมาธิการพิจารณายกร่างบทบัญญัติเป็นรายมาตราแห่งรัฐธรรมนูญ ได้นำบทบัญญัติมาตรา 259 และมาตรา 261 ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาปรับบทบัญญัติให้เหมาะสม

ทั้งนี้ ได้เขียนเพิ่มให้ผู้ที่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินมีอีก 1 ประเภทคือ "(7) เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐที่กฎหมายบัญญัติ" จากเดิมที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 กำหนดให้มีเพียง นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, ส.ส., ส.ว., ข้าราชการการเมืองอื่น และผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นที่กฎหมายบัญญัติ

นอกจากนั้นได้เพิ่มประเด็น "บุตรทุกช่วงอายุ" ต้องยื่นเอกสารประกอบการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตลอดจนสำเนาแบบรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย จากเดิมที่กำหนดให้เป็นบุตรที่ไม่บรรลุนิติภาวะเท่านั้น โดยในบทบัญญัติที่เสนอใหม่นั้น ได้ตัดวาระของการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ จากเดิมที่กำหนดให้ยื่นทุกครั้งที่เข้ารับตำแหน่งหรือพ้นจากตำแหน่งด้วย โดยทางอนุ กมธ.ฯ ได้ชี้แจงเหตุผลว่ารายละเอียดดังกล่าวจะกำหนดไว้ในกฎหมายลูก

ประเด็นนี้ที่ประชุมได้อภิปรายขอแก้ไขเพิ่มประเด็นผู้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ใช้อำนาจตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและลดข้อครหาว่ากรรมการในองค์กรตรวจสอบองค์กรที่ใช้อำนาจรัฐจ้องจับผิดแค่นักการเมืองอย่างเดียว อีกทั้งเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์การปฏิรูปประเด็นการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ และให้เขียนตำแหน่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นด้วยเพื่อให้ครอบคลุมชัดเจน โดยเฉพาะตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี ปรากฏว่าที่ประชุมเห็นด้วยให้เพิ่มบัญญัติดังกล่าว

ทั้งนี้ได้กำหนดรายละเอียดการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ที่ถูกกำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดการยื่นบัญชีฯ ขณะที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นที่ยื่นบัญชีรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินต้องเปิดเผยด้วยเช่นกัน แต่มีเงื่อนไข 2 ประการ คือ 1.เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพิพากษาคดี เมื่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร้องขอ และ 2.เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยให้อำนาจคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ออกประกาศเพิ่มเติมว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดบ้างที่ต้องเปิดเผยรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน

ขณะเดียวกันยังมีประเด็นที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอเพิ่มเติม คือ คู่สมรสของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ และสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ที่ใช้ถ้อยคำว่า "ผู้ซึ่งอยู่กินฉันท์สามีภรรยา" เพื่อให้ครอบคลุมตรวจสอบนักการเมืองอย่างทั่วถึง

อย่างไรก็ตาม มี กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญบางรายแสดงความเห็นคัดค้านว่าไม่ควรบัญญัติถ้อยคำดังกล่าวไว้ เพราะกังวลต่อการพิสูจน์และการตีความทางกฎหมาย นอกจากนั้นแล้วการเขียนบทบัญญัติที่อยู่บนความกลัวและมองว่าคนทุกคนเป็นคนเลวหมด ถือว่าไม่เหมาะสม นอกจากนั้นการเขียนบทบัญญัติเช่นนี้ยังเป็นการเขียนรัฐธรรมนูญที่อยู่บนความไม่สมดุล หรือเขียนกฎหมายเพื่อไล่ล่าเพียงอย่างเดียว ถือว่าไม่เป็นการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและกฎหมายครอบครัว

ขณะที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญอีกฝั่งหนึ่งเห็นแย้งว่า การบัญญัติดังกล่าวไม่ได้กระทบต่อสิทธิทางครอบครัว และหากเป็นผู้สุจริตแล้ว ข้อกำหนดลักษณะนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นการสร้างปัญหา

ท้ายที่สุดได้มีการเสนอให้รอการพิจารณาประเด็นนี้ไว้ก่อน โดยขอให้ฝ่ายเลขานุการนำกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นพร้อมหลักปฏิบัติที่เกี่ยวเนื่องมาพิจารณาและปรับให้เหมาะสม

ขณะที่ประเด็น "บุตรทุกช่วงอายุ" กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้แสดงความเห็นให้คงไว้ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่กำหนดว่า "บุตรที่ไม่บรรลุนิติภาวะ" ด้วย เพื่อไม่ให้มีปัญหาหรือผลกระทบตามมา เช่น กรณีที่บุตรแต่งงานมีครอบครัวและมีธุรกิจ หากกฎหมายกำหนดให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอาจไม่เหมาะสมต่อประเด็นการเคารพสิทธิตามกฎหมาย พร้อมยกเหตุผลประกอบว่าหากเขียนระบุว่า "บุตร" โดยไม่กำหนดว่าบรรลุนิติภาวะหรือไม่ อาจถูกโจมตีได้ว่าเป็นการร่างกฎหมายเพื่อบังคับเฉพาะบางคนบางตระกูลเท่านั้น

การพิจารณา 2 ประเด็นดังกล่าวใช้เวลาเกือบตลอดครึ่งวันเช้า และเมื่อกลับมาพิจารณาอีกครั้งในช่วงบ่าย เวลา 13.00 น. ก็ได้ข้อสรุป คือ ให้ตัดถ้อยคำ "ผู้ซึ่งอยู่กินฉันท์สามีภรรยา" ออกไป ส่วนประเด็นของบุตรของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ประชุมได้สรุปให้คงไว้ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่บัญญัติว่า "บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ" ขณะที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญที่เห็นแย้งจำนวน 2 คนได้ขอสงวนความเห็นไว้เพื่ออภิปรายในครั้งต่อไป