ศปป.ยันส่งข้อมูลเวทีปรองดองทันยกร่าง รธน. มี.ค.นี้ เผยขยายเวทีเก็บตกพูดคุยถึง ก.ย.58
พร้อมสร้างความเข้าใจประชาธิปไตยที่ถูกต้องจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง
พล.ท.บุญธรรม โอริส รองผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองแห่งชาติ (ศปป.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการเปิดเวทีเพื่อให้ประชาชนได้มาแสดงความคิดเห็น ว่า การเปิดเวทีดังกล่าวมีเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ ทั้ง 4,268 เวที เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นได้มากที่สุด ทั้งในเรื่องความต้องการ ปัญหาต่างๆ ความเดือดร้อน โดยจากการลงพื้นที่เราจะนำข้อมูลดังกล่าวรวบรวมไปให้กับทางรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาให้ครบทุกมิติ โดยให้กระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง รับไปดำเนินการ ซึ่งยืนยันว่าเวทีของเราจะไม่มีการชี้นำ หรือมีแกนนำ ซึ่งเวทีดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.กลุ่มนักศึกษา 2.องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และ 3.องค์กรวิชาชีพ ส่วนอีก 500 เวที จะเป็นในส่วนของสื่อ และผู้ที่มีความเห็นต่างทางการเมือง อาทิ แกนนำ นักการเมืองต่างๆ ทั้งนี้หลังจากเปิดเวทีแล้วจะมีการรวบรวมข้อมูลส่งไปยัง ศปป.ภายใน 3 วัน และจะมีการสรุปข้อมูลอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะเสนอความต้องการจริงๆ ไปให้กับนายกรัฐมนตรีได้รับทราบ
พล.ท.บุญธรรม กล่าวอีกว่า การดำเนินการดังกล่าวได้มีการวางแผนให้แล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค. 2558 เพื่อให้ทันตามกำหนดเวลาในการจัดร่างรัฐธรรมนูญต่อไป จากนั้นจะมีการเก็บตกอีกครั้งหนึ่งในเดือน มิ.ย.-ก.ย.2558 เพื่อรับเรื่องร้องทุกข์ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตลอดจนการให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตย การเลือกตั้ง การซื้อสิทธิ์ขายเสียง โดยจะกระทำอย่างต่อเนื่องจนไปถึงปี 2559 โดยผลของการเปิดเวทีในภาพรวมในขณะนี้เราสามารถดำเนินการได้ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ใน 77 จังหวัด แต่หากรวมในส่วนของกระทรวงมหาดไทยด้วยอยู่ที่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์แล้ว ทั้งนี้การเดินทางพบปะพูดคุยกับนักศึกษาในสถาบันต่างๆ ขณะนี้มีการดำเนินการเกือบทุกสถาบันแล้ว ยกเว้น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งจากการพบปะได้รับผลการตอบรับที่ดีอย่างกรณีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้พบปะพูดคุยกับคณาจารย์ที่รับผิดชอบโดยตรง โดยทางคณาจารย์จะรับไปพูดคุยกับนักศึกษาอีกครั้งเพื่อให้เข้าใจถึงแนวทางดังกล่าว เราได้เปิดเวทีให้แสดงความคิดเห็น โดยให้กลุ่มนักศึกษาเสนอขึ้นมาว่าจะเปิดกี่เวที และจะเน้นในทางประเด็นไหน โดยทหารจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง เพียงแต่จะช่วยในการขับเคลื่อนในการเปิดเวทีให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน





