วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'นิพิฎฐ์'จี้คสช.สั่งตม.สกัด'ยิ่งลักษณ์'

“นิพิฎฐ์” รองหัวหน้าปชป. จี้คสช.สั่งตม.สกัด “ยิ่งลักษณ์” หวั่นเผ่นออกนอกซ้ำรอย “พ.ต.ท.ทักษิณ”

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากที่อัยการสูงสุดมีมติสั่งฟ้องอาญาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในคดีโครงการรับจำนำข้าวแล้ว ศาลจะมีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศ เหมือนคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลก็มีคำสั่งแต่พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังหลบหนีออกไปได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำรอยพี่ชาย ตนเห็นว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรใช้อำนาจที่มีสั่งไปยังกองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทุกแห่ง ให้ดูแลอย่างเข้มงวดไม่ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางออกนอกประเทศ

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีนี้มีบทเรียนมาแล้วว่ากว่าที่ศาลจะมีคำสั่ง พ.ต.ท.ทักษิณก็ออกนอกประเทศไปนานแล้ว โดยที่ไม่มีใครรู้ หรือสกัดกันได้ทัน จึงไม่ควรให้มีการซ้ำรอยในคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์อีก ขนาดตนและกลุ่มบุคคลอีกหลายคนที่ได้ไปร่วมเจรจากับคสช.ก่อนการปฏิวัติ ทุกวันนี้ยังถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และตม.ก็ควรตรวจตรา ดังนั้นในกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ถือเป็นผู้ที่เข้าข่ายกระทำผิด ดังนั้น คสช.จึงควรวางมาตรฐานที่สูงกว่า เพราะนอกจากถูกสนช.ถอดถอนในวันนี้แล้วยังจะโดนคดีอาญาที่ร้ายแรงกว่าพวกตนด้วยซ้ำ

ส่วนกรณีที่สนช.มีมติไม่ถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า เชื่อว่าสังคมอยากรู้ว่าเหตุที่ไม่ถอดถอนของสนช.แต่ละคนคืออะไร การจะอ้างว่าเพราะรัฐธรรมนูญ 50 ไม่มีแล้วตนรับไมได้ เพราะก็ยังมี พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ที่กำหนดเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งยังมีผลบังคับใช้อยู่ และที่สำคัญศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่า บุคคลทั้ง 2 มีความผิด การที่สนช.ไม่ถอดถอน ทำให้กลายเป็นว่า ประมุขสถาบันนิติบัญญัติทำผิดกฎหมายสูงสุดของประเทศ กลับลอยนวล

“แม้จะมีการตีความได้ 2 ทาง แต่อย่าลืมว่าเป็นการกระทำผิดก่อนที่จะมีการปฏิรูป แต่ตอนนี้เราก้าวเข้าสู่ยุคปฏิรูปแล้ว กลายว่าเขาไม่ผิด ถือเป็นเรื่องแปลกเพราะมันสวนทางกัน ในเมื่อมีการปฏิรูปแล้วก็ควรเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะปฏิรูปทำไม จะอ้างว่ายกประโยชน์ให้จำเลยก็ไม่ได้ เพราะคำนี้ใช้กับคดีอาญาเท่านั้น แต่นี่เป็นความผิดทางการเมืองที่ย้อนหลังได้ ซึ่งศาลเคยตัดสินเป็นบรรทัดฐานไว้แล้ว ผมเห็นว่าแม้การถอดถอนจะเป็นความลับ แต่สังคมอยากรู้ว่าเหตุผลซึ่งนำมาสู่การถอดถอน หรือไม่ถอดถอนคืออะไร ดังนั้นขอเสนอว่าเมื่อเราต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศก็ควรจะกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญให้กระบวนการถอดถอนสมาชิก ต้องเขียนคำวินิจฉัยส่วนตนและมีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนเหมือนกับศาลรัฐธรรมนูญ หรือกรณีคำพิพากษาของศาลยุติธรรม” นายนิพิฎฐ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า สนช.ถอดถอน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ไม่ถอดถอนนายสมศักดิ์ และนายนิคม มองว่าเพราะการลดกระแสความขัดแย้งหรือไม่ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าคิดเช่นนั้นถือเป็นการใช้ดุลยพินิจที่ใช้ไม่ได้ เพราะหากต้องการปรองดองแต่กลับปล่อยคนผิดไปไม่ได้ และกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือว่ามีความผิดไม่ต่างจากบุคคลทั้งสอง เพราะทั้งนายสมศักดิ์และนายนิคมศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยแล้วว่าผิด ต่างจากของน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ยังไม่มีองค์กรศาลชี้ว่าผิดเลย