วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถอดคำแถลง'วิชา-ยิ่งลักษณ์'

(รายงาน) "วิชา"วอน สนช.สร้างประวัติศาสตร์ "ยิ่งลักษณ์"สวนอย่าใช้วิธีทำลายล้าง

นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงปิดสำนวนคดีการถอดถอนอดีตนายกฯออกจากตำแหน่งต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จากข้อกล่าวหาปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว

วิชา : ประเทศจำนำหนี้-ชาวนาจำนำชีวิต

นายวิชา แถลงปิดคดีว่า ขอยืนยันว่า สนช.มีอำนาจเต็มที่ในการถอดถอนผู้ถูกกล่าวหาออกจากตำแหน่ง และตัดสิทธิการเมือง 5 ปี และยืนยันว่า ป.ป.ช.ให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ ไม่ได้ละเว้นหลักนิติธรรม

โครงการจำนำข้าวเป็นการกำหนดราคารับจำนำข้าวสูงกว่าตลาด มีการรับจำนำราคาตันละ 15,000 บาท จากราคาตลาด 7,500 บาท เป็นการใช้กลไกการเมืองซื้อใจชาวนาจนชนะการเลือกตั้ง แต่มีวาระซ่อนเร้นในการทุจริตเชิงนโยบาย

จากการไต่สวนโครงการนี้ในทุกระดับจะมีผู้ชักโยงอยู่เบื้องหลังเพื่อหาผลประโยชน์ให้พวกพ้อง เล่นแร่แปรธาตุกันมากมาย ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ป.ป.ช. ตรวจสอบยากที่สุด โดยพบว่ามีการระบายข้าวของรัฐในราคาถูก อ้างว่าเป็นการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ แต่ความจริงเป็นการนำไปขายต่อให้พวกพ้องภายในประเทศ

ที่ผ่านมาป.ป.ช. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ได้มีคำเตือนถึงผู้ถูกกล่าวหาให้ยกเลิกโครงการ ด้วยความเป็นห่วงการใช้งบประมาณในโครงการ และมีการทุจริตเกิดขึ้น แต่ผู้ถูกกล่าวหายืนยันต้องดำเนินโครงการต่อไป เพราะเป็นสัญญาประชาคม ยกเลิกไม่ได้

อย่างไรก็ดี ป.ป.ช.สามารถจับทุจริตเชิงนโยบายโครงการนี้ได้ชัดเจนที่สุดเท่าที่ประเทศนี้เคยมีการจับทุจริตมา แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะอ้างว่ามีกลไกตรวจสอบการทุจริต แต่เป็นเพียงเครื่องบังหน้าว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต

ทั้งนี้ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดว่า ผู้ถูกกล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยมีใบเสร็จเป็นหลักฐานเรียบร้อย คือ รายงานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ที่สรุปว่าโครงการมีผลขาดทุนจำนวนมาก อยากถามว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ เพราะคณะอนุกรรมการชุดนี้ประกอบด้วยปลัดกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีความเสียหายจากการจัดเก็บข้าวในโกดัง จนปลัดกระทรวงพาณิชย์ต้องแจ้งความเอาผิดกับคู่สัญญาโครงการรับจำนำข้าว สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในข้อหาฉ้อโกงที่นำข้าวไม่ได้มาตรฐานมาเข้าร่วมโครงการ รวมทั้งหมด 3.6 ล้านตัน วงเงิน 6.5 หมื่นล้านบาท

จากความเสียหายในการระบายข้าวขาดทุนและการจัดเก็บข้าวในโกดังส่งผลเสียต่อประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระบุว่า ภาวะหนี้จากโครงการจำนำข้าว คาดว่าขาดทุน 7 แสนล้านบาท จะต้องใช้หนี้เป็นเวลากว่า 30 ปีจนถึงรุ่นหลาน แม้ผู้ถูกกล่าวหาได้โต้แย้งข้อมูลของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ แต่บุคคลที่เป็นคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯไม่มีส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์ทับซ้อนจากโครงการรับจำนำข้าว ถ้าคณะอนุกรรมการชุดนี้มีเจตนาปิดบัญชีไม่ถูกต้อง ผู้ถูกกล่าวหาในฐานะผู้บังคับบัญชาก็ต้องดำเนินการทางวินัย อาญา จะปล่อยไว้ทำไม

จากการไต่สวนของ ป.ป.ช.ยังพบว่า มีชาวนารวมตัวกันเรียกร้องเงินค่าจำนำข้าว มีชาวนาหลายรายไม่สามารถรอคอยเงินค่าจำนำข้าวได้ จนตัดสินใจฆ่าตัวตาย ขณะนี้มีข้าวค้างอยู่ในโกดังจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อการผลิตข้าวในฤดูกาลถัดไป ทำให้ชาวนาถูกกดราคาข้าว แต่ไม่มีผู้ใดรับผิดชอบ และผู้ถูกกล่าวหาก็ยังไม่เคยขออภัยต่อชาวนา เพียงแต่กล่าวว่าโครงการนี้เป็นที่ชื่นชอบของชาวนา ซึ่งเหมือนกับรัฐบาลจำนำข้าว ชาวนาจำนำชีวิต สุดท้ายประเทศจำนำหนี้ ป.ป.ช.ยืนยันว่าผู้ถูกกล่าวหาทราบว่าขั้นตอนของโครงการได้สร้างความเสียหายตลอดมา

ป.ป.ช.จึงเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิด ฐานจงใจไม่ใช้อำนาจหน้าที่นายกรัฐมนตรียับยั้งความเสียหาย ทั้งนี้เรื่องคุณธรรม จริยธรรมมีความสำคัญที่สุดในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องมีคุณธรรมจริยธรรมสูงสุดกว่าคนอื่น เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้คนอื่นประพฤติปฏิบัติตาม ขอคารวะบุคคลที่อยู่เบื้องหน้า (สมาชิกสนช.) ให้ช่วยทำประวัติศาสตร์การถอดถอนครั้งนี้ให้ปรากฏผลเป็นจริง

ยิ่งลักษณ์ : เชื่อไม่ได้-ใช้พยานปฏิปักษ์

นางสาวยิ่งลักษณ์ แถลงปิดคดีว่า มาวันนี้เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์และขอความเป็นธรรมต่อสภา หวังว่า สนช.ทุกท่านจะใช้ดุลยพินิจถูกต้องเที่ยงธรรมเป็นประจักษ์ต่อสาธารณชน ไม่จำยอมจากการชี้นำของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

การที่ไม่ได้มาตอบข้อซักถามด้วยตนเอง (ในวันซักถาม) นั้นก็เพราะข้อบังคับการประชุมระบุว่าผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถมาชี้แจงแทนได้ ตนในฐานะนายกฯที่กำกับนโยบายได้มอบหมายให้รัฐมนตรีไปขับเคลื่อนให้นโยบายเกิดขึ้น ดังนั้นรัฐมนตรีจะมีข้อมูลสามารถมาตอบข้อซักถามของสมาชิกได้อย่างเข้าใจกว่าตน

ขอโต้แย้งรายงานสำนวนและความเห็นของ ป.ป.ช.ที่กล่าวหาตน ซึ่งมีข้อสังเกตที่เป็นพิรุธ ไม่สมควรที่จะเป็นสาเหตุให้ตนถูกถอดถอน คือ รัฐธรรมนูญปี 50 สิ้นสุดแล้ว เหลือเพียงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ (พ.ร.บ.ป.ป.ช.) ที่มิอาจถอดถอนได้ เพราะไม่มีรัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ ขอยืนยันว่าตนไม่เหลือตำแหน่งอะไรให้ถอดถอนอีกแล้ว เป็นการถอดถอนที่ซ้ำซ้อน

การที่ ป.ป.ช.อ้างว่าใช้เวลาไต่สวนตน 1 ปี 10 เดือนนั้นไม่เป็นความจริง เพราะการแจ้งข้อกล่าวหาคดีนี้ใช้เวลาเพียง 21 วัน มีคำสั่งของป.ป.ช.เป็นหลักฐานชัดเจน นอกจากนั้นหลายส่วนในสำนวนไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีที่กล่าวหา แต่กลับมารวมในคดี เช่น กรณีการระบายข้าวแบบจีทูจี

โดยเฉพาะการที่นายวิชาไปกล่าวในการเสวนา เมื่อวันที่ 5 เม.ย.57 ซึ่งกล่าวหาว่าข้าวในโครงการ 2 ล้านตันได้หายไป เป็นการกล่าวที่เลื่อนลอย และชี้นำสังคมเพื่อให้สาธารณะเข้าใจผิดว่าตนละเว้นไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่พึงกระทำในฐานะที่นายวิชาเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ที่รับผิดชอบในสำนวนที่ต้องอำนวยความยุติธรรม ทั้งที่จริงกรณีข้าวหาย 2 ล้านตันไม่เป็นความจริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมายืนยันแล้ว และได้นำหลักฐานยืนยันต่อ ป.ป.ช.แล้ว แต่ ป.ป.ช.ไม่รับฟัง

ที่ผ่านมาไม่มีคำสั่งหรือรายงานใดของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯที่ให้ยุติโครงการรับจำนำข้าว ส่วนที่ สตง.ส่งหนังสือมาให้ 3 ฉบับแรกไม่ปรากฏว่าเสนอให้รัฐบาลยกเลิกโครงการจำนำข้าว มีเพียงฉบับที่ 4 ในวันที่ 30 ม.ค.57 ที่ให้รัฐบาลทบทวนโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในฤดูกาลต่อไป ซึ่งก็เป็นช่วงที่รัฐบาลประกาศยุบสภาแล้ว จึงมีฐานะเป็นรัฐบาลรักษาการ จึงไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้

นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังตัดพยานที่ได้ตนเสนอไปจำนวน 18 ราย เหลือ 6 ราย โดยพยานที่ตัดไปล้วนเกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญ และมีการใช้พยานที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองกับรัฐบาล 4 ใน 7 ปากของ ป.ช.ช. เช่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพนธ์ พัวพงศกร ซึ่งเป็นผู้รับจ้างทำงานวิจัยให้กับ ป.ป.ช.และมีชื่อไปร่วมประชุมกับนายอภิสิทธิ์ที่ริเริ่มโครงการประกันรายได้ และนายระวี รุ่งเรือง ประธานเครือข่ายชาวนาไทย ที่เพิ่งตั้งขึ้นเมื่อเดือน ก.พ.57 และร่วมชุมนุมกับ กปปส.ในการขับไล่รัฐบาล แล้ว สนช.จะเชื่อความเห็น ป.ป.ช.ได้อย่างไร

ข้อกล่าวหาที่ว่าโครงการจำนำข้าวทำให้เป็นภาระ มีการนำภาษีมาใช้ และกระทบต่อระบบการเงินการคลังประเทศ ยืนยันว่าไม่จริง แต่ก่อให้เกิดรายได้ต่อชาวนา นำไปสู่การใช้จ่ายต่อเนื่อง ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจำนวน 3.1 แสนล้านบาทคิดเป็น 2.7 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีของประเทศ และสามารถดูแลชาวนาถึง 23 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ

รวมทั้งหนี้สาธารณะของประเทศอยู่ในระดับเพียง 45 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต่ำกว่าเพดาน 60 เปอร์เซ็นต์ สรุปได้ว่าวินัยการคลังของรัฐบาลช่วงที่ตนเป็นนายกฯ มีความเข้มแข็งมั่นคง ไม่ใช่เรื่องความเสียหาย ยืนยันว่าโครงการนี้มีประโยชน์มาก จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ต้องยุติโครงการ

การดำเนินคดีกับตนเป็นวาระซ่อนเร้นภายใต้การดำเนินคดีที่ไม่เป็นธรรม เป็นวาระการเมืองที่เห็นชัด เมื่อมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯเมื่อวันที่ 7 พ.ค.57 แล้ววันรุ่งขึ้นวันที่ 8 พ.ค.จะเป็นการบังเอิญหรือไม่ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลคดีนี้ทันที วันนี้ ป.ป.ช.มาอ้างความบังเอิญชี้มูลการระบายข้าวแบบจีทูจี เพื่อชี้นำสังคมอีก และกดดัน สนช.ว่าตนมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต

ขอยืนยันว่าได้ปฏิบัติหน้าที่นายกฯและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าว (กขช.) ครบถ้วนเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกประการ และขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. ตลอดจนขอคัดค้านคำแถลงเปิดและปิดสำนวน รวมถึงรายงานของ ป.ป.ช.ในเรื่องนี้ทั้งหมด