กมธ.ยกร่างรธน. ลบประเด็นHate Speech ในมาตรา 20 ออกแล้วตามข้อเรียกร้องของสื่อฯ แจงไม่อยากเปิดศึกกับสื่อฯ
ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาทบทวนบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญ ในประเด็นการห้ามให้สื่อสารที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง หรือ เฮทสปีช ที่ระบุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ และผ่านการพิจารณาไปแล้ว เนื่องจากพบข้อถ้วงติงจากสื่อมวลชนว่าการบัญญัติถ้อยคำดังกล่าวไว้ในหลายส่วน เช่น บททั่วไป ส่วนสิทธิพลเมือง ในมาตราที่เกี่ยวกับสื่อมวลชน ถือเป็นการเขียนบทบัญญัติที่กระทบต่อการใช้สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน อีกทั้งจะทำให้ผู้ที่ไม่สุจริตใช้เป็นกลไกในการฟ้องร้อง แทรกแซง และคุกคามสื่อมวลชน โดยเหตุผลประการสำคัญที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องทบทวนดังกล่าวในขณะนี้เพื่อเป็นการดำเนินยุทธศาสตร์ของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ต้องการเปิดศึกหลายด้าน เพราะในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีผลเปลี่ยนแปลงในหลายหน่วยงานและอาจทำให้เกิดความไม่พอใจได้ ส่วนสื่อมวลชนที่ต้องทบทวนบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องเพราะสื่อมวลชนมีความสำคัญต่อการรายงานข่าว จึงไม่อยากเปิดศึกกับสื่อมวลชน โดยข้อสรุปของการพิจารณานั้น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ตัดถ้อยคำที่ว่า “หรือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเกลียดชังระหว่างคนในชาติหรือศาสนา หรือการใช้ความรุนแรงระหว่างกัน” ที่เขียนไว้ในหมวด 2 ประชาชน ในตอนที่ 3 ส่วนของสิทธิพมาตรา (1/2/2)20 วรรคท้ายออก ขณะที่ในมาตราอื่นๆ ที่ถ้อยคำดังกล่าวอยู่นั้น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ อาจมีการทบทวนเช่นเดียวกันแต่เป็นในคราวถัดไป
จากนั้นนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงเพิ่มเติมว่าเหตุผลสำคัญที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญทบทวนและแก้ไข คือ เพื่อไม่ให้มีการนำบทบัญญัติไปกล่าวอ้างเพื่อเป็นการจำกัดและริดรอนสิทธิ เสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชน ขณะที่หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงว่าเมื่อตัดถ้อยคำดังกล่าวออกอาจทำให้เปิดช่องให้สื่อมวลชนต่างชาติ หรือคนต่างชาติใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็นและเผยแพร่ความเห็นซึ่งเข้าข่ายก่อให้เกิดความเกลียดชังในประเทศไทยได้นั้น ขอให้หมดกังวลเพราะประเด็นดังกล่าวยังมีบทบัญญัติกำกับการใช้เสรีภาพดังกล่าวไว้ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน มาตรา (1/2/2)14 วรรคสอง ที่กำหนดให้การจำกัดเสรีภาพในการแสดงความเห็นต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ,เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียงของบุคคล, เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นต้น ส่วนประเด็นที่นำข้อความที่สร้างความเกลียดชังจากต่างประเทศมาเผยแพร่ในประเทศจะเข้าข่ายทำผิดหรือไม่นั้นต้องพิจารณาในรายละเอียดในกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป





