ทนาย ยิ่งลักษณ์ ข้องใจมติคณะทำงานร่วมอสส.-ป.ป.ช. เล็งยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด 23 ม.ค.
นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมทนายความน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการสูงสุดกับป.ป.ช.ว่า ได้ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ด้วยความชอบธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ เนื่องจากตนได้ไปยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดรวม 2 ครั้ง ภายหลังจากที่ป.ป.ช.ส่งสำนวนคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าวมายังอัยการสูงสุด ซึ่งต่อมาอัยการสูงสุดได้ตั้งคณะทำงานที่มีนายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ในเบื้องต้นคณะทำงานได้สรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจากสำนวนป.ป.ช. แล้วอัยการสูงสุดได้ชี้ข้อไม่สมบูรณ์รวม 3 ประเด็น อาทิ คดีนี้ไม่มีหลักฐานทุจริต มีเพียงปกรายงาน TDRI ให้สั่งสอบว่ามีการทุจริตในขั้นตอนใด เป็นต้น
นายนรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ครั้งสุดท้ายตนได้ไปยื่นขอความเป็นธรรมตามที่อัยการสูงสุดชี้ข้อไม่สมบูรณ์ ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 16 ม.ค. นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. ได้ตอบข้อซักถามในที่ประชุมสนช.ในลักษณะชี้นำ ทั้งๆ ที่เรื่องนี้เป็นความลับว่ามีการตกลงระหว่างคณะทำงานร่วมฝ่ายอัยการสูงสุดและฝ่ายป.ป.ช.เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า คณะทำงานร่วมมีมติเห็นว่าคดีมีมูล มีข้อตกลงกันได้ว่าอัยการสูงสุดจะฟ้องคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าวให้กับป.ป.ช. ซึ่งเป็นข้อพิรุธว่า เหตุใดนายวิชาจึงกล้าพูดชี้นำเช่นนั้น ซึ่งปรากฏต่อมาว่า นายวุฒิพงศ์ได้แถลงข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ไม่เห็นทราบเรื่องที่ป.ป.ช.ไปออกข่าว ไปประชุมกันตอนไหน ยังงงว่าทำไมไม่เชิญตน เพราะคณะทำงานร่วมยังไม่สรุปเรื่องเลย ยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่ไม่สมบูรณ์ สอบพยานเพิ่มเติม 2 ปาก ยังไม่ถึงไหน ยังไม่เห็นรายงานเลย และยืนยันด้วยว่า การพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ในคดีนี้ต้องพิจารณาคำให้การของพยานที่สอบเพิ่มเติมและหลักฐานต่างๆ ที่ฝ่าย ป.ป.ช.ขอจากหน่วยราชการมาให้ครบถ้วนเสียก่อนด้วย ทำให้เห็นว่าคำสั่งของอัยการสูงสุดยังไม่ได้รับการปฏิบัติให้ครบถ้วนเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
นายนรวิชญ์ กล่าวด้วยว่า นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. กลับให้ข่าวยืนยันว่า ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 20 ม.ค. มีตัวแทนฝ่ายป.ป.ช. 10 คน และตัวแทนฝ่ายอัยการสูงสุด 3 คน ยืนยันว่าเป็นการประชุมที่สมบูรณ์แล้ว และอ้างว่าที่ประชุมเห็นพ้องกันว่าขณะนี้ข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวนคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น มีการสอบพยานบุคคลและหาพยานหลักฐานต่างๆ จนครบถ้วน สามารถฟ้องคดีได้ จึงมีมติเสนอเรื่องส่งให้อัยการสูงสุดฟ้องต่อไป ทั้งนี้ อัยการสูงสุดฟ้องคดีโดยไม่รับฟังข้อยุติจากคณะทำงานที่ตนแต่งตั้งขึ้นมาเองได้อย่างไร หากข่าวที่นายสรรเสริญยืนยันเป็นเรื่องจริงก็มีคำถามว่า อัยการจำนวน 3 คนที่ร่วมประชุมนั้น ถือเป็นตัวแทนอัยการสูงสุดหรือไม่ และมติที่นายสรรเสริญอ้างนั้น เป็นมติที่ชอบของคณะทำงานชุดใหญ่ที่อัยการสูงสุดแต่งตั้งขึ้นหรือไม่ เพราะหัวหน้าคณะทำงานยังไม่รับทราบ และยังยืนยันว่าข้อไม่สมบูรณ์ยังไม่ได้รับการปฏิบัติ ถือได้หรือไม่ว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมที่ไม่ชอบ อย่างไรก็ตาม ในฐานะทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น จะยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดในวันที่ 23 ม.ค. เพราะผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้นำของประเทศ จึงควรดำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม และอัยการสูงสุดจำเป็นที่จะต้องรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรที่ดำรงมากว่า 100 ปีด้วย


