วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยกฟ้อง'อนุดิษฐ์-จิรายุ'ไม่ผิดแถลงข่าวหมิ่น'กรณ์'

ยกฟ้อง"อนุดิษฐ์-จิรายุ"ไม่ผิดแถลงข่าวหมิ่น"กรณ์" ใช้อภิสิทธิ์อัพเกรดตั๋วการบินไทย ชี้แสดงความเห็นสุจริต

ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.868 /2553 ที่ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง และนางวรกร จาติกวณิช มอบอำนาจให้ นายวัฒนา งอกขาว ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พรรคเพื่อไทย ,นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 และขอให้จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ด้วย รวม 100 ล้านบาท

ตามฟ้องโจทก์ บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 26-27 ธ.ค.2552 ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ และนายจิรายุ จำเลยที่ 3-4 กับพวก ได้แจกเอกสารแถลงข่าว ต่อสื่อมวลชนใส่ความหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งสองและครอบครัวว่า ได้รับการร้องเรียนจากพนักงานการบินไทยและผู้ถือหุ้นว่าโจทก์ อาจมีการใช้อภิสิทธิ์ให้บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ทำการอัพเกรดบัตรโดยสารในการเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียงโดยชั้นตรวจคำฟ้อง ศาลได้ยกฟ้องจำเลยที่ 1-2 และรับฟ้องไว้เฉพาะจำเลยที่ 3-4

ขณะที่ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 และ 4 ร่วมกันแจกเอกสารและแถลงข่าวว่า นายกรณ์ โจทก์ที่ 1 ใช้อภิสิทธ์ทำการอัพเกรดบัตรโดยสารของตัวเองและครอบครัวในการเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง ซึ่งในการเบิกความตอบคำซักค้านต่อทนายจำเลย ฝ่ายโจทก์ก็ยอมรับว่า โจทก์ทั้งสองมีการอัพเกรดบัตรโดยสารหรือการปรับชั้นที่นั่งโดยสารจริง แม้จะอ้างว่าเป็นการอัพเกรดโดยชอบตามระเบียบของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ก็ตาม แต่ก็ยอมรับว่า เมื่อช่วงเดือนพ.ค.- ก.ย.2552 โจทก์มีการอัพเกรดบัตรโดยสารจากชั้นประหยัดไปชั้นธุรกิจและชั้น 1 รวม 14 ครั้ง โดยมีการเดินทางไปกรุงลอนดอน 11 ครั้ง เกาะบาหลี 2 กรุงปารีส 1 ครั้ง ตรงกับคำแถลงของจำเลย เห็นว่าจำเลยที่ 3 และ4 แถลงข่าวในฐานะคณะทำงานสำนักงานปราบโกงของพรรคเพื่อไทยที่ได้รับการร้องเรียนจากพนักงานการบินไทยและผู้ถือหุ้นว่า โจทก์ที่ 1 อาจมีการใช้อภิสิทธิ์ให้บริษัทการบินไทยทำการอัพเกรดบัตรโดยสาร เชื่อว่าน่าจะมีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ใน 2ลักษณะ คือ

1 . โจทก์ที่ 1อาจใช้อำนาจและอภิสิทธิ์ของ รมว.คลัง สั่งให้พนักงานที่มีอำนาจในการเลื่อนชั้นการเดินทาง ทำการอัพเกรดบัตรโดยสารโดยไม่มีการจ่ายค่าโดยสารเพิ่มเติม หรือ 2. ผู้มีอำนาจในการอัพเกรดบัตรโดยสารทำการเลื่อนชั้นการเดินทางให้โจทก์ที่ 1 และครอบครัว อาจเป็นเพราะเพื่อแลกกับผลประโยชน์บางอย่างหรือเพื่อความก้าวหน้าหรืออาจผู้มีอำนาจเหนือกว่าเป็นผู้สั่งการและ

การที่จำเลยใช้คำว่า “อาจมีอภิสิทธิ์สั่งการ”นั้นเชื่อว่าน่าจะมีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ชี้ให้เห็นว่าจำเลยมิได้ยืนยันว่าโจทก์ที่ 1 ใช้อำนาจสั่งการให้กระทำการดังกล่าว อีกทั้งจำเลยยังมีการระบุ ถึงวัตถุประสงค์ในการแถลงข่าวไว้ว่า ทางพรรคเพื่อไทยขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวและรียกร้องให้โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะแสดงความรับผิดชอบหรือออกมาชี้แจงต่อสังคมโดยเร็ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถกระทำได้ พิพากษายกฟ้องส่วนคดีอาญาและไม่รับฟ้องคดีส่วนแพ่ง

ภายหลัง น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า คดีนี้ศาลวินิจฉัยยกฟ้อง ยืนยันว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อตรวจสอบรัฐบาล ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้ทำการตรวจสอบเรื่องพฤติกรรมและการดำเนินการของคุณกร ซึ่งขณะนั้นเป็นฝ่ายบริหาร ถือเป็นการการทำหน้าที่ตามปกติ

ด้านนายจิรายุ กล่าวว่า เราเป็นฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้น ซึ่งได้นำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการอัพเกร็ดตั๋วเครื่องบินและน่าจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคตว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็ต้องระมัดระวังในการอัพเกรดตั๋วเครื่องบินเพราะถือว่ามีมูลค่าเช่นกัน ส่วนทางพรรคเพื่อไทยในขณะนี้ก็ยังอยู่นิ่งๆเหมือนเดิม โดยเรียกร้องหาความยุติธรรมเป็นหลัก พอการเมืองไม่นิ่ง มีความขัดแย้ง มีประเด็นเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนไม่มีความสุข ผ่านไปแล้ว 7-8 เดือน ก็อยากให้มีนายกรัฐมนตรีได้มีการขจัดปัดเป่าปัญหาเหล่านี้