กมธ.ยกร่างรธน.กำหนดให้มีศาลวินัยการคลังในรธน.ใหม่ แก้ปัญหาฝ่ายบริหารใช้งบอย่างไร้วินัย
ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตรา ช่วงบ่าย ได้เข้าสู่วาระพิจารณาร่างรายมาตรา ในส่วนของศาลปกครอง ซึ่งอนุกมธ.พิจารณายกร่างบทบัญญัติเป็นรายมาตรา นำเสนอ ทั้งหมด 3 มาตรา โดยนำหลักการสำคัญมาจากมาตราที่ว่าด้วยศาลปกครอง ในรัฐธรรมนูญ 2550 มาพิจารณา และปรับถ้อยคำให้มีความเหมาะสม กล่าวคือ มาตรา (3/1/4)1 ว่าด้วยอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ซึ่งนำสาระสำคัญของมาตรา 223 ของรัฐธรรมนูญ 2550 มาพิจารณา และตัดถ้อยคำที่ว่าด้วยหน่วยงานราชการและองค์ก หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกทั้งหมดเพื่อให้บทบัญญัติมีความกระชับอีกครั้งขอบเขตการพิจารณาของศาลปกครองจะครอบคลุมถึงหน่วยงานที่ใช้อำนาจทางปกครองอยู่แล้ว, มาตรา (3/1/4)2 ว่าด้วยการให้ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์และผู้ทรงคุณวุฒิในการบริหารราชการแผ่นดินเข้ารับแต่งตั้งเป็นตุลาการในศาลปกครองสูงสุดจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนตุลาการในศาลปกครองสูงสุดทั้งหมด ซึ่งนำความมาตรา 224 วรรคสองมาพิจารณาแต่ปรับสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวให้เป็น 1 ใน 4 จากเดิมที่กำหนดให้เป็นจำนวน 1 ใน 3 ด้วยเหตุผลคือผู้ทรงคุณวุฒิที่กำหนดดังกล่าวมีจำนวนที่ผ่านการพิจารณาน้อยมาก จึงปรับให้เหมาะสมเท่านั้น
ขณะที่มาตรา (3/1/4) 3 เป็นข้อกำหนดให้จัดตั้งศาลวินัยการเงินการคลัง ในศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด เพื่อทำหน้าที่วินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ส่วนรายละเอียด เช่นอำนาจหน้าที่ วิธีพิจารณา ให้ระบุไว้ในกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง โดยความสำคัญของเหตุที่ให้จัดตั้งศาลวินัยการเงินการคลัง จากปัญหาการตีความเรื่องของการใช้งบประมาณที่ผ่านมา ที่พบว่ายังไม่มีข้อขัดข้องและในรายละเอียดยังพบว่าการใช้งบประมาณที่ไม่เป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง ดังนั้นการตั้งศาลดังกล่าวเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา สำหรับอำนาจหน้าที่เบื้องต้น คือ การพิจารณา วินิจฉัยประเด็นปัญหาที่มีผู้เสนอ, การรับเรื่องจากหน่วยงานอื่นที่ตรงกับอำนาจการพิจารณาเป็นต้น ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวไม่มีกรรมาธิการฯ เสนอแก้ไข ที่ประชุมจึงผ่านการพิจารณา จากนั้นเป็นการพิจารณาในมาตราที่ว่าด้วยศาลทหาร ซึ่งอนุกมธ.ฯ ได้นำบทบัญญัติของมาตรา 228 ในรัฐธรรมนูญ 2550 มาพิจารณา โดยได้คงรายละเอียดเดิม ทั้งนี้ที่ประชุมไม่มีการพิจารณาแก้ไข จึงผ่านมาตราดังกล่าวในเวลาอันรวดเร็ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการพิจารณารายมาตราต่อไปจะเป็นเรื่องของอค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ทั้งนี้นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ฐานะอนุกมธ.พิจารณาบทบัญญัติดังกล่าว ยืนยันว่าได้คงผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนไว้ดังเดิม โดยไม่ตัดออกจากรัฐธรรมนูญ แต่มีประเด็นที่ปรับแก้ไขเรื่องอำนาจหน้าที่เพื่อให้การทำงานความเป็นรูปธรรมมากขึ้น





