"สดศรี" ติง กมธ.ยกร่างฯ ปฏิรูปศาลรธน.ต้องคิดให้รอบคอบ ชี้ 9 ตุลาการไม่จำเป็นต้องเป็นผู้พิพากษา-นักกฎหมาย
แนะควรดึงปราชญ์ชาวบ้านนั่งตุลาการสมทบ เพื่อเกิดความหลากหลาย ซัด ให้สิทธิปชช.ยื่นตรงศาล ป้องกันล้มลางการปกครอง ต้องระบุชัดคดีอะไรบ้าง หวั่นเกิดฟ้องร้องกลั่นแกล้ง
นางสดศรี สัตยธรรม อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในฐานะอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ(กมธ.ยกร่างฯ) คงจำนวนที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 จำนวน 9 คน แต่ให้เพิ่มสัดส่วนของผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และกฎหมายมหาชน ว่า รัฐธรมนูญ 2550 ก็ได้บัญญัติว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องมาจากสายผู้พิพากษา ขอให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์เป็นสำคัญ ส่วนที่เหลือมาจากสายศาลยุติธรรม และศาลปกครอง ซึ่งโครงสร้างของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังร่างขึ้นนั้นก็เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ 2550 เพียงแต่เพิ่มสัดส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายขึ้นมามากกว่าเดิม ซึ่งตนคิดว่า หากจะปฏิรูปองค์กรศาลรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ต้องเพิ่มสัดส่วนให้คนนอกที่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาตร์ หรือรัฐศาสตร์ เข้ามาทำหน้าที่ตุลาการ เช่น พวกปราชญ์ชาวบ้าน หรือ เอ็นจีโอ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และสามารถเข้าใจประชาชนได้อย่างแท้จริง เพื่อให้มาเป็นผู้พิพาษาสมทบ หรือตุลาการสมทบ เพราะตนคิดว่าการทำหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องมีเพียง 9 คนเท่านั้น
"การใช้อำนาจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่การพิจารณาหรือตัดสินคดี มักจะยึดตามหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจทำให้ถูกมองว่าตัดสินคดีเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งหากมีผู้พิพากษาหรือตุลาการสมทบที่เป็นปราชญ์ชาวบ้าน หรือเอ็นจีโอ เข้าไปทำหน้าที่ ก็จะทำให้เกิดความหลากหลายมากขึ้น เพราะการมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน ไม่จำเป็นต้องมาจากผู้พิพากษาหรือนักกฎหมายทั้งหมด" นางสดศรี กล่าว
นางสดศรี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ การที่กมธ.ยกร่างฯ กำหนดมาตราที่ว่าด้วยการล้มล้างการปกครอง โดยให้ผู้ที่พบเห็นสามารถยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ทันที จากเดิมรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 68 บัญญัติให้บุคคลที่พบเห็นยื่นผ่านอัยการสูงสุดนั้น ตนคิดว่า กมธ.ยกร่างฯ ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าคดีใดที่สามารถยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ และคดีใดที่ต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุด เพราะเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่เช่นนั้นจะมีอัยการสูงสุด เพื่อกลั่นกรองก่อนทำไม อีกทั้งหากคดีนั้นสามารถยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องทำการไต่ส่วนมูลฟ้องก่อนที่จะพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความวุ่นวายและการฟ้องเพื่อกลั่นแกล้งกันง่ายขึ้น เพราะหากใครไม่พอใจกันก็ยื่นฟ้องศาลได้ทันที อย่างไรก็ตาม ต้องกำหนดด้วยว่า หากฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง แต่ศาลกลับไม่รับคำร้อง คนที่ถูกร้องจะมีวิธีการใดที่สามารถปกป้องสินธิตนเองได้หรือไม่ เรื่องนี้กมธ.ยกร่างฯต้องคิดให้รอบคอบด้วย


