ไร้เงา"สมศักดิ์"แถลงปิดคดีถอดถอน "วิชา"ซัดเมินตรวจสอบร่างแก้ไขรธน.บกพร่องร้ายแรง ยืดอกรับเป็นเกียรติสูงสุด
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยที่ประชุมได้ดำเนินกระบวนการถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา ออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 6 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ประกอบมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) พ.ศ.2542 โดยเป็นการรับฟังคำแถลงการณ์ปิดสำนวนด้วยวาจาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้กล่าวหา และนายสมศักดิ์ ผู้ถูกกล่าวหา ตามข้อบังคับที่ 156 วรรคสองกล่าวว่า การแถลงปิดสำนวนคดีถอดถอน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ส่งหนังสือขอแถลงปิดสำนวนด้วยวาจา และไม่ได้เดินทางมาแถลงปิดสำนวน จึงถือว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ขอแถลงปิดสำนวน ดังนั้นการแถลงปิดสำนวนคดีดังกล่าว จึงเป็นการแถลงปิดสำนวนด้วยวาจาเพียงฝ่ายเดียวของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)
จากนั้น นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้แจงการทำหน้าที่ในการส่งคดีเพื่อร้องขอถอดถอนนายสมศักดิ์ ว่า ยืนยันอำนาจหน้าที่ของป.ป.ช.ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการพิจารณา ตามคำร้องที่ขอถอดถอน ซึ่งระบุชัดเจนว่านอกเหนือจากกรณีของการมีพฤติการณ์ส่อขัดต่อตำแหน่งหน้าที่ ส่อว่าการทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญแล้ว ยังขัดต่อพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการกระบวนการไต่สวนตามหลักการไต่สวน
นายวิชา กล่าวว่า ในฐานะที่นายสมศักดิ์ เป็นประธานรัฐสภา ซึ่งตามกฎหมายระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประธานรัฐสภาต้องตรวจสอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากพบว่ามีข้อไม่ถูกต้องให้ประธานฯดำเนินการแก้ไข แต่กลับไม่มีการแก้ไขแสดงให้เห็นถึงความบกพร่องอย่างร้ายแรงของนายสมศักดิ์ ที่ละเว้นไม่ตรวจสอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความรอบคอบ แต่กลับมีคำสั่งลงนามอนุญาตให้บรรจุวาระการประชุมเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ในวันที่ 1 เม.ย.56 เพื่อนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งไม่ใช่ฉบับที่มีการนำเสนอแต่แรก อีกทั้งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีการแก้ไขข้อความให้มีหลักการแตกต่างจากร่างเดิม มีผลทำให้อดีตส.ว.ที่จะสิ้นสุดสมาชิกภาพลง สามารถลงสมัครส.ว.ได้อีก โดยไม่ต้องรอให้พ้นเวลา 2 ปี
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การแก้ไขดังกล่าวถือเป็นการแก้ไขในหลักการสำคัญ แต่กลับทำเหมือนแก้ไขข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย ไม่แยแส โดยไม่เปิดให้ผู้เข้าชื่อเสนอญัตติในร่างเดิมได้รับทราบว่ามีการแก้ไขหลักการใหม่ แม้นายสมศักดิ์ จะอ้างว่าได้สอบถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้วยืนยันว่าทำได้ แต่ข้ออ้างดังกล่าวรับฟังไมได้ เพราะหน้าที่ของประธานรัฐสภา หากเห็นว่ามีข้อบกพร่องในร่างแก้ไขต้องให้ผู้เสนอญัตติแก้ไขข้อบกพร่องเสียก่อน ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของเจ้าหน้าที่ของสำนักการประชุมรัฐสภา ที่ให้การว่านายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ที่เป็นผู้เสนอร่างแก้ไขฉบับใหม่ ได้ประสานให้ผู้ช่วยนำร่างแก้ไขฉบับใหม่มาเปลี่ยนทั้งฉบับ โดยใช้ลายมือชื่อของผู้เสนอญัตติในร่างฉบับเดิม มิได้ดำเนินการรวบรวมรายชื่อใหม่ ถือเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอย่างชัดเจน
นายวิชา กล่าวว่า ส่วนการกำหนดวันแปรญัตติที่นายสมศักดิ์ ยืนยันว่าถูกต้องนั้น เห็นว่าการตีความของนายสมศักดิ์ เป็นการตีความแบบย้อนหลังตามอำเภอใจ ขัดต่อหลักนิติธรรม และการตีความโดยหลักกฎหมายสากลต้องตีความให้มีผลบังคับใช้ได้ มิใช่เป็นการตีความให้สิ้นผลใช้บังคับ และต้องมิให้เกิดผลประหลาด การที่นายสมศักดิ์ ตีความให้แปรญัตติย้อนหลังถือเป็นการตีความประหลาด
"ถึงปลายทางของการไต่สวนกระบวนการที่ป.ป.ช.ได้กระทำตามภารกิจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งตนถือว่าเป็นภารกิจที่มีเกียรติสูงสุด เรามีความภูมิใจอย่างยิ่งที่จะได้สร้างมิติใหม่ของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางหลักคุณธรรม และจริยธรรมทางการเมือง ที่ผ่านมาเราไม่สามารถวางแนวทางปฏิรูปประเทศได้ เพราะระบบไต่สวนคุณธรรม จริยธรรม ยังไม่สามารถดำเนินได้อย่างราบรื่น ซึ่งกระบวนการถอดถอนที่เป็นที่ยอมรับถือได้ว่าเป็นหลักที่ใช้ในการปฏิรูปประเทศได้"นายวิชา กล่าว
จากนั้น นายสุรชัย ได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบว่าหลังจากผู้ถูกกล่าวหาคือนายสมศักดิ์ ไม่ขอส่งสำนวนแถลงปิดคดีด้วยวาจา จึงถือว่าการแถลงปิดคดีเสร็จสิ้นลงแล้ว จึงขอนัดสมาชิกลงมติถอดถอนทั้ง 2คดี คือ นายนิคม และนายสมศักดิ์ ในวันที่ 23 ม.ค.นี้





