ผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์รับ "ทรงกลด" ผู้ต้องหาคดี สจล. ถูกขอให้ลาออก หลังไม่ปฏิบัติตามระเบียบเบิกถอนเงิน
ย้ำให้ความร่วมมือกับตำรวจมาตลอด ศิษย์เก่าวอนทุกธนาคารที่เกี่ยวข้องแสดงจุดยืนให้ความร่วมมือตรวจเอกสาร ส่วนมารดาของกิตติศักดิ์ปฏิเสธทุกข้อหา ตำรวจคุมตัวฝากขังค้านประกัน ด้านโฆษก ตร.เผยทำเอกสารประสานอังกฤษขอตัว "กิตติศักดิ์" เป็นผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว
นายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบริหารการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินและความปลอดภัย ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยเมื่อวานนี้ (20 ม.ค.) ภายหลังรับหนังสือจากคณะบุคคลของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ว่า นายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขา บิ๊กซี ศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์ สจล. เคยทำงานที่ธนาคารไทยพาณิชย์จริง แต่ลาออกไป เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามระเบียบ คือ เบิกถอนเงินออกก่อน โดยนายทรงกลด ไม่ได้เซ็นชื่อยืนยัน แต่เมื่อทางธนาคารได้ติดต่อสอบถามไปยังผู้บริหารของ สจล. ในขณะนั้นว่า มีการเบิกถอนเงินจำนวนดังกล่าวจริงหรือไม่ ทางผู้บริหารยืนยันตัวเลขตรงกันจึงเป็นอันสิ้นสุด
นอกจากนี้ เขายอมรับว่า หลังจากนายทรงกลด ทำผิดระเบียบ ธนาคารได้นำเรื่องเข้าสู่กรรมการวินัย ซึ่งมีมติว่า ธนาคารไม่สามารถไว้วางใจพนักงานคนนี้ได้อีกต่อไปจึงขอให้นายทรงกลด ยื่นใบลาออกเอง อย่างไรก็ดีเรื่องดังกล่าวยังไม่ถือว่าเป็นการทุจริต เพียงแต่เป็นความสงสัย และไม่ไว้วางใจของธนาคาร จึงไม่ได้ใส่ชื่อลงในบัญชีดำ (แบล็กลิสต์)
เขากล่าวว่า ส่วนธนาคารกรุงศรีอยุธยาซึ่งรับนายทรงกลด เข้าทำงานนั้น ไม่เคยติดต่อถามประวัติการทำงานกับธนาคารไทยพาณิชย์อย่างเป็นทางการ ส่วนนายทรงกลดจะกระทำการทุจริตตั้งแต่ทำงานที่ธนาคารไทยพาณิชย์หรือไม่ เป็นเรื่องที่ตำรวจต้องสืบสวนสอบสวน ธนาคารพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ เพราะหากพบว่ากระทำผิดธนาคารจะกลายเป็นผู้เสียหายด้วย
"การที่บางคนเรียกร้องให้ธนาคารเข้าไปร่วมรับผิดชอบ ต้องว่ากันในกระบวนการยุติธรรม และในแง่กฎหมายผิดก็ต้องยอมรับ แต่เรื่องนี้ธนาคารไม่ได้ทำอะไรที่ผิดวิธี หรือระเบียบปฏิบัติก็ไม่รู้ว่าจะรับผิดชอบอย่างไร และเมื่อพบความผิดปกติก็ได้ตรวจสอบกับผู้บริหาร สจล. แล้วซึ่งเป็นสิ่งที่ธนาคารพึงทำได้ โดยธนาคารเปรียบเสมือนท่อน้ำ ไม่รู้ว่าน้ำที่ไหลเข้ามานั้นเป็นน้ำดี หรือน้ำเสีย คนที่รู้ว่า ดีหรือเสีย คือวาล์วเปิดปิด หรือ คนที่โอนกับคนที่รับ" นายพงษ์สิทธิ์ กล่าว
นายพงษ์สิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในช่วงที่มีข่าวการลักทรัพย์เงิน สจล. ธนาคารไทยพาณิชย์ไม่ได้นิ่งเฉย และให้ความร่วมมือกับตำรวจตั้งแต่ต้น พร้อมทั้งยังเป็นหัวหอกในการเชิญสถาบันการเงินอื่นๆ ที่มีบัญชีเกี่ยวข้องกับ สจล. เข้ามาร่วมมือให้ข้อมูลแก่ตำรวจด้วย ทำให้ขั้นตอนการตรวจสอบเป็นไปด้วยความรวดเร็ว
ทั้งนี้ เมื่อเช้าวานนี้ (20 ม.ค.) คณะบุคคลประกอบด้วยศิษย์เก่า คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้เข้ายื่นหนังสือถึงผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อขอให้ชี้แจงจุดยืนและแนวทางปฏิบัติของธนาคารต่อเหตุการณ์การทุจริตเงิน ใน สจล. โดยมีนายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบริหารการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินและความปลอดภัย ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นตัวแทนในการรับหนังสือ
เรียกร้องธนาคารที่เกี่ยวข้องแสดงจุดยืน
นายเกียรติศักดิ์ รุ่นพระแสง ผู้แทนคณะบุคคลดังกล่าว กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นธนาคารที่ให้บริการเป็นบัญชีเงินเดือนหลักของบุคลากรทั้งหมดของสถาบัน และมีจำนวนเงินในบัญชีที่พัวพันกับคดีทุจริตมากที่สุด การนิ่งเฉยของธนาคาร ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดความกังวลต่อแนวทางปฏิบัติของธนาคาร แต่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการดูแลเงินฝาก และธุรกรรมทางการเงินที่ศิษย์เก่าและคณะบุคคลในสถาบัน มอบให้ธนาคารดูแลด้วย
นอกจากนี้ คณะบุคคลยังเรียกร้องให้สถาบันการเงินอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวพันกับคดีทุจริต เช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารกรุงไทย ออกมาแสดงจุดยืนและแนวทางปฏิบัติต่อสาธารณชน เพราะการที่ยังสงวนท่าทีและไม่เคยแถลงจุดยืน ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของธนาคาร
อย่างไรก็ตามภายหลังจากเข้าพูดคุยกับ นายพงษ์สิทธิ์แล้ว นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกพอใจ หลังจากนี้คงไม่ได้เดินทางไปยังสถาบันการเงินอื่นๆ จนกว่าจะมีปัญหาใดๆ ที่ร้ายแรง และมีความเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินนั้นโดยตรง
ฝากขังแม่กิตติศักดิ์-เจ้าตัวปฏิเสธ
ส่วนความคืบหน้าในการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ร่วมกระทำผิดในคดีนี้นั้น วานนี้ (20 ม.ค.) พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ควบคุมตัวนางระดม มัทธุจัด มารดาของนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกับนายกิตติศักดิ์ลักทรัพย์และฟอกเงินไปผลัดฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรี พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมากกว่า 1 พันล้านบาท จึงเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป. กล่าวว่า จากการสอบสวนนางระดมยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานว่าผู้ต้องหามีการนำเงินที่โอนจาก สจล.ไปซื้อทรัพย์สินต่างๆ เช่น ทองคำ ที่ดิน ก่อนจะขายทรัพย์สินเหล่านี้ โดยไม่สนใจมูลค่าขายว่าจะได้กำไรหรือขาดทุน ก่อนจะนำเงินกลับมาเข้าบัญชีนายกิตติศักดิ์ รวมมูลค่านับร้อยล้านบาท
ส่วน นางสาวจุฑารัตน์ ปัดภัย น้องสาวนายกิตติศักดิ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงควบคุมตัวไว้สอบสวนเนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ยังคงต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม
พ.ต.อ.ณษ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้เชิญนายจักรี ปัดภัย แฟนของ นางสาวจุฑารัตน์ และบุคคลอื่นๆ ที่มีรายชื่อตามหมายเรียกมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนอีกวันละ 5 ราย รวมทั้งได้เชิญเจ้าหน้าที่จากธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา เข้ามาให้ข้อมูลการสอบสวนนายทรงกลดก่อนที่จะไล่ออกอีกด้วย
ผู้บริหาร สจล.ขอบคุณตำรวจ
วันเดียวกัน ศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี สจล. พร้อมคณะผู้บริหารสถาบันฯ เข้าพบ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) รักษาการ ผบช.ก. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. รักษาการ ผบก.ป. และคณะทำงาน เพื่อขอบแสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เร่งคลี่คลายคดีจนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
ศ.ดร.โมไนย กล่าวว่า ปัญหาอุปสรรคที่สำคัญคือ เอกสารหลักฐานจากธนาคาร สลิปการเบิกจ่ายเงิน ซึ่งทางตำรวจร้องขอไปเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับ ซึ่งทางสถาบันฯ เป็นห่วงเรื่องนี้จึงคุยกับผู้บริหารธนาคารที่เกี่ยวข้องก็รับปากว่าจะให้ความร่วมมือ ซึ่งเอกสารที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจร้องขอนั้นเป็นเอกสารสำคัญที่จะนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด
"การตรวจสอบภายในสถาบัน ตอนนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาตรวจสอบบัญชี ล่าสุดพบความผิดปกติทางบัญชีว่า มีเงินจำนวนกว่า 100 ล้านบาทสูญหายไป ซึ่งทางสถาบันได้เข้าแจ้งความกับตำรวจไปแล้ว ส่วนผลการสอบสวนทางบัญชียังไม่แล้วเสร็จ มีกำหนดระยะเวลา 45 วัน เพื่อสรุปผลการสอบสวนให้กับสภาของสถาบันฯ ซึ่งการตรวจสอบบัญชี จะย้อนหลังกลับไปตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน" รักษาการอธิการบดี สจล. กล่าว
ตร.ขอตัว"กิตติศักดิ์"เป็นผู้ร้ายข้ามแดน
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยเมื่อวานนี้ (20 ม.ค.) ว่า กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะร่างหนังสือขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีในคดีลักทรัพย์เงิน สจล.กลับมาดำเนินคดี คาดว่าจะส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาได้วันนี้ (21 ม.ค.) เพื่อประสานไปยังสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยดำเนินการต่อไป
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ตำรวจจะแจ้งเรื่องไปยังตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพลให้ออกหมายแดงแจ้งไปยังประเทศสมาชิกทั้ง 190 ประเทศให้ช่วยติดตามจับกุมด้วย ซึ่งการตรวจสอบล่าสุดพบว่า นายกิตติศักดิ์ ยังอยู่ในประเทศอังกฤษ





