(รายงาน) รุมค้านตั้ง "สมัชชาคุณธรรม" ซ้ำซ้อนงานผู้ตรวจฯ-แนะหยุดจองกฐิน
แม้ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรขึ้นมาบังคับใช้ แต่องค์กรตามรัฐธรรมนูญอย่าง "สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน" ก็ยังคงทำหน้าที่อยู่ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว
ผู้ตรวจการแผ่นดินถือเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่คอยดูแลปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่บทบาทที่ผ่านมาพบว่ายังมีอุปสรรคปัญหาอยู่ไม่น้อยที่จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข
เมื่อเร็วๆ นี้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจึงจัดประชุมสัมมนาระดมความคิดเห็นขึ้นที่เกาะช้าง จ.ตราด โดยประเด็นที่ถกกันมีทั้งทิศทางการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน และทัศนะที่มีต่อประเด็นต่างๆ ที่มีการเสนอบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน บรรยายพิเศษเรื่อง "ผู้ตรวจการแผ่นดิน: บทบาทก้าวสู่ความท้าทายในอนาคต" ตอนหนึ่งว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง โดยเฉพาะการให้คำแนะนำแก่รัฐบาลในเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหารราชการที่ส่งผลให้ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ที่ผ่านมาการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดินยังมีปัญหาและจุดอ่อนทางกฎหมาย เพราะบางหน่วยงานยังไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน
อีกทั้งเมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินสอบจริยธรรมองค์กรใดองค์หนึ่ง เมื่อตรวจสอบและเสนอเรื่องไปแล้วกลับต้องรอให้คณะกรรมการจริยธรรมขององค์กรนั้นได้ทำการตรวจสอบภายในก่อน และส่งผลกลับมายังผู้ตรวจการแผ่นดินอีกครั้ง จึงทำให้มีปัญหาเรื่องระยะเวลา
ส่วนเรื่องการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น กฎหมายก็ระบุให้ตรวจสอบได้เฉพาะเมื่อนักการเมืองเข้ามาดำรงตำแหน่งแล้ว แต่ไม่สามารถตรวจสอบการแต่งตั้งได้ แม้นักการเมืองผู้นั้นจะมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในอดีตก่อนเข้ารับตำแหน่งก็ตาม
"เรื่องนี้ควรมีการแก้ไข ดูตัวอย่างเรื่องการถอดถอนนักการเมือง ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่สามารถกระทำได้ เพราะเสียงในสภาไม่ถึง 2 ใน 3 เป็นเพราะกฎหมายและระบบไม่เอื้ออำนวย"
ศ.ศรีราชา วงศารยางกูร ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวเรื่องเดียวกันว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินยังทำงานไม่ได้ตามที่คาดหวัง เพราะการบริหารของยังไม่มีความเข้มข้นเพียงพอ ก้าวต่อไปคงต้องกวาดบ้านภายในก่อนเพื่อให้มีศักยภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบจริยธรรมของนักการเมือง
"เรารู้ว่ายังทำงานไม่เข้าตาประชาชน แต่ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก ที่ผ่านมายังไม่ได้รับความร่วมมือจากพรรคการเมืองเท่าไร มีแต่พรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียวที่ให้ความร่วมมือ" ศ.ศรีราชา กล่าว
ผู้ตรวจการแผ่นดินรายนี้ ยังแสดงทัศนะกรณีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเตรียมตั้ง "สมัชชาคุณธรรมจริยธรรม" เพื่อตรวจสอบนักการเมืองและข้าราชการ โดยอาจดึงอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินไปเป็นอำนาจของสมัชชาฯว่า เป็นเรื่องเสียเวลา เสียงบประมาณ และการพิจารณาคำร้องบางคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการมาแล้ว อาจต้องเริ่มต้นใหม่ หรือคลำทางไม่ถูกจนเรื่องหายไป
"การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมต้องเป็นหน้าที่ของทุกองค์กร อำนาจส่วนนี้อย่าจองกฐินไว้คนเดียว ควรให้เป็นกฐินสามัคคี ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาร่วมสังฆกรรมในการปฏิรูปคุณธรรมจริยธรรมในระดับชาติ ไม่เช่นนั้นจะเดินหน้าต่อไม่ได้"
ศ.ศรีราชา ยังมองการปฏิรูปประเทศที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ในขณะนี้ว่า ถ้าไม่ปฏิรูปประชาชนทั้งหมดก็ไปไม่รอด วัฒนธรรมการเมืองไม่ได้ส่งเสริมให้คนมีประชาธิปไตย รัฐบาลควรปฏิรูป 2 สิ่ง คือ คุณธรรมจริยธรรม และการศึกษา
"การเป็นประชาธิปไตยต้องมาจากเบื้องลึกจิตวิญญาณของคน ผมได้นั่งอ่านรายงานการยกร่างรัฐธรรมนูญ เห็นว่ากรรมาธิการกำลังเอาของเก่ามาวิเคราะห์แล้วแก้เป็นจุดๆ เหมือนปะผุรถ แต่จริงๆ แล้วควรต้องออกแบบใหม่ตั้งแต่รากฐาน"
เขาเสนอว่า นักการเมืองทุจริตต้องถูกถอดถอน และต้องจ่ายค่าเลือกตั้ง เพราะเป็นคนที่ทำให้การเลือกตั้งเสียหาย ต้องตัดสิทธิเลือกตั้ง ตัดสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง ทั้งตัวนักการเมืองและครอบครัว ข้อเสนอนี้อาจเป็นยาแรง แต่เชื่อว่าจะทำให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้ได้คนดีมาบริหารบ้านเมือง และคิดว่าเป็นหนทางเดียวที่ทำได้
ขณะที่ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า บางครั้งการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดินอาจไม่รวดเร็วทันใจต่อความรู้สึกของประชาชนสักเท่าไร แต่บางเรื่องอาจทำให้ประชาชนรู้สึกพอใจ ขณะเดียวกัน เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ามาดำเนินการในข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น อาจทำให้หน่วยงานราชการผู้ถูกร้องรู้สึกไม่พอใจ
"ผมจึงขอเปรียบผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นทอง เราทำงานไม่ได้โฆษณา แต่เมื่อมีเรื่องเข้ามากระทบหรือเอาไฟลนอย่างไรเราก็ยังเป็นทอง ดังนั้นข้อเสนอเรื่องการจัดตั้งองค์กรใหม่จึงต้องทบทวนด้วยว่าของใหม่จะดีเท่ากับของเก่าหรือไม่ เพราะสิ่งที่ผู้ตรวจฯทำมาก็มีผลงานเป็นรูปร่างและกำลังเดินหน้าต่อไปได้ แต่หากเริ่มใหม่อาจจะไม่คุ้มกัน"
"ผมคิดว่าเรื่องจริยธรรมต้องไม่มีเจ้าภาพ เพราะเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องทำ เนื่องจากจริยธรรมเป็นวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม ดังนั้นจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องมีการส่งเสริม ถ้าเราจะทำเรื่องจริยธรรม สังคมต้องมีความเข้มแข็ง คิดว่าสิ่งเหล่านี้จะต้องเสริมสร้างให้สังคมไทยมีจริยธรรมเข้มแข็ง ต้องเน้นกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม"
ส่วนการลงโทษผู้ที่ละเมิดจริยธรรมนั้น พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า ที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องความล่าช้า จึงต้องปรับการลงโทษให้เร็วและแรง เพื่อให้คนเกรงกลัวต่อการทำผิดจริยธรรม เพราะเรื่องจริยธรรมไม่เหมือนกับเรื่องทุจริต เนื่องจากไม่มีใบเสร็จ





