วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.จ่อชง2ประเด็นใหญ่ให้กมธ.ยกร่างฯ22ม.ค.นี้

กกต.จ่อชง2ประเด็นใหญ่ให้กมธ.ยกร่างฯ22 ม.ค.นี้ เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียกกต.-มท.จัดเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต.เป็นประธานการประชุมกกต.นัดพิเศษเพื่อพิจารณาข้อเสนอ กกต.ที่จะเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะของกกต.ต่อการควบคุมและการจัดการเลือกตั้ง เกี่ยวกับสภาพปัญหาแนวทางแก้ไขการจัดการเลือกตั้งของประเทศไทยต่อคณะกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญคณะที่ 8 ของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบเสนอรายงานฉบับดังกล่าว ก่อนส่งให้กมธ.ยกร่างธรรมนูญในวันที่ 22 ม.ค.นี้ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีสาระสำคัญใน 2 ประเด็นหลัก คือ1.มีการเปรียบเทียบการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งระหว่างกกต.กับส่วนราชการอย่างกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้พูดถึงข้อดีข้อเสีย ถ้ากกต.จัดเลือกจะมีกกต.จังหวัด ผอ.เขต ผอ.หน่วย กรรมการประจำหน่วย ในการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง มีหน่วยงานเอกชนเข้าร่วมตรวจสอบ ไม่ใช่มีเฉพาะข้าราชการเท่านั้น เช่น กรรมการประจำหน่วยจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาทำหน้าที่เพื่อตรวจสอบการทำงานของกกต.อีกขั้นหนึ่ง ในทางกลับกันหากให้มหาดไทยและกระทรวงศึกษาฯจัดการเลือกตั้ง จะมีปลัดกระทรวงมอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเพื่อสั่งการกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจัดการเลือกตั้ง สายบังคับบัญชามาจากส่วนกลาง จากหน่วยราชการทั้งหมด การเข้ามามีส่วนร่วมของเอกชนก็จะแตกต่างกัน

ประเด็นที่2. คือ วิธีการจัดการเลือกตั้ง โดยพูดถึงกรอบระยะเวลาพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งขยายจาก 30 วัน เป็น 60 วัน เพื่อให้เกิดความรอบคอบ นอกจากนี้ยังมีประเด็นรายละเอียดอื่นๆ อาทิ ขยายระยะเวลาลงคะแนนเลือกตั้งจากเดิม 08.00-15.00 น. เป็น 08.00-16.00 น. รวมทั้งเสนอให้มีการเพิ่มวันเลือกตั้งล่วงหน้าจาก 1 วัน เป็น 2 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ห้ามใช้งบประมาณของรัฐเพื่อขึ้นป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ส่วนตัวตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งทางการเมือง ห้ามทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งมีผลย้อนหลัง 6 เดือนก่อนครบวาระ สำหรับนโยบายหาเสียงให้พรรคการเมืองกำหนดนโยบายในการหาเสียงให้ชัดเจนโดยเฉพาะนโยบายที่เข้าข่ายเป็นนโยบายประชานิยม กำหนดให้ปลัดกระทรวงรักษาการแทนรัฐมนตรีในช่วงที่มีพ.ร.ฎ.ยุบสภา เป็นต้น