background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'ไพบูลย์'ประสานจีน-เมียนมาร์จับกุม10นักค้ายา

'ไพบูลย์'ประสานจีน-เมียนมาร์จับกุม10นักค้ายา

"พล.อ.ไพบูลย์" ประสานจีน-เมียนมาร์ จับกุม 10 นักค้ายาเสพติดรายสำคัญส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนให้ไทย

หลังข้อมูลชี้ชัดยังเคลื่อนไหวผลิตและส่งออกยาเสพติดในเขตอิทธิพลของชนกลุ่มน้อย พร้อมกดดันป.ป.ส.จับกุม 14 นักค้า ที่หลบหนีหมายจับกบดานในไทย

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้หารือกับทางการจีนและเมียนมาร์ให้ช่วยติดตามจับกุมนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ 10 ราย ที่ถูกศาลอาญาออกหมายจับแต่หลบหนีเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้าน และยังเคลื่อนไหวผลิตยาเสพติดในพื้นที่ชนกลุ่มน้อยตามตะเข็บชายแดนแล้วส่งยาเสพติดเข้ามาในไทย โดยสั่งการให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ส่งหมายจับของศาลให้กับป.ป.ส.ของจีนและเมียนมา นอกจากนี้ยังประสานความร่วมมือในการตั้งจุดสกัดกั้นสารตั้งต้นที่ลักลอบลำเลียงมาจากจีนและอินเดียด้วย

ด้านนายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต เลขาธิการป.ป.ส. เปิดเผยว่า ได้ส่งหมายจับนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ 10 ราย ให้กับรัฐบาลเมียนมาร์และจีนเพื่อขอให้ติดตามจับกุมตัวนักค้าเหล่านี้กลับมาดำเนินคดีในไทย หลังพบว่านักค้าเหล่านี้หลบหนีออกนอกประเทศ ประกอบด้วย 1.นายชัยวัฒน์ พรสกุลไพศาล หรือพันโทยี่เซ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 449/2546 มีประวัติเป็นหัวหน้าอาสาทหารเมียนมาร์ เป็นนักค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาร์ จัดตั้งโรงงานผลิตยาบ้า ไอซ์ และเฮโรอีน บริเวณบ้านน้ำปุ๋งใหม่ บ้านสามปี ประเทศเมียนมาร์ ตรงข้าม ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย จัดหาสารเคมี (ซูโดเอเฟรดีน) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นจากไทยเข้าสู่แหล่งผลิต และนำยาเสพติดมาจำหน่ายในไทย โดยป.ป.ส.ได้ขยายผลยึดทรัพย์พันโทยี่เซมูลค่า 2 ล้านบาท

2.นายประยุทธ หรือเมธี หรือเช่าหัว หงษาคำ หรือแซ่หลี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1757/2546 เป็นนักค้ารายสำคัญที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มว้า จัดหายาเสพติดจากกลุ่มว้าเข้ามาจำหน่ายในไทย และจัดหาสารเคมีส่งไปยังแหล่งผลิตในเมียนมา โดยนายประยุทธถูกยึดทรัพย์ไว้เกือบ 1 ล้านบาท

3.นางฟอง ปทุมณี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงรายที่ 200/2554 เป็นบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดของนายชินวัชร์ นัยตรีมิตร นักค้ายาเสพติดรายสำคัญ โดยนางฟองจะทำหน้าที่จัดหายาเสพติดจากเมียนมาร์เข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลาง

4.นายสุดเขตร์ หรือสมศักดิ์ ศักดิ์ปัญจขันธ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงรายที่ 356/2545 มีประวัติเป็นนักค้ารายสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือ รับผิดชอบควบคุมการลำเลียงเฮโรอีน ไอซ์ และยาบ้าเข้ามาส่งให้ลูกค้าในกรุงเทพฯ โดยจะนำยาเสพติดซุกซ่อนในรถยนต์ และจะขนยาเสพติดเข้ามาจำหน่ายครั้งละมากๆ เช่น ลำเลียงไอซ์ 40 ก.ก. สำหรับนายสุดเขตร์เป็นเครือข่ายและญาติสนิทของ "หน่อคำ" เมื่อถูกออกหมายจับและยึดทรัพย์ 32 ล้านบาทจึงหลบหนีไปอยู่ที่เมืองพง

5.นายไพรัช แดนชุติมาพาณิช หรือแซ่หลี่ หรือประชา บัวเทศ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงรายที่ 172/2545 มีพฤติการณ์จัดหายาเสพติดจากเมียนมามาจำหน่ายในไทย และเป็นนายทุนจัดหาหัวเชื้อเมทแอมเฟตามีนโดยนายไพรัชถูกยึดทรัพย์ 3.4. ล้านบาท

6.นายจายมูล ท้าวมูลละ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงรายที่ 21/2546 มีประวัติเกี่ยวข้องกับเครือข่ายของนายสุดเขตร์ จัดหายาเสพติดเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง โดยนำเข้ายาบ้าครั้งละมากๆตั้งแต่ 1 ล้านเม็ดขึ้นไป นอกจากนี้นายจายมูลยังนำเงินจากการค้ายาเสพติดมาทำฟาร์มไก่และสุกรใน จ.เชียงราย จึงถูกยึดทรัพย์ 2 ครั้ง ครั้งแรกมูลค่า 26 ล้าน และครั้งที่ 2 ยึดทรัพย์อีก 5.4 ล้านบาท

7.นายยงศิลป์ แซ่ม้า ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดลำปาง ที่2/2550 มีประวัติเป็นนักค้ารายสำคัญระดับนายทุน จัดหายาบ้าครั้งละ 4 ล้านเม็ดเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ถูกยึดทรัพย์ 1.2 ล้านบาท

8.นางสุชาดา ทวยภา หรือเจ๊เพ็ญ นักค้าในดครือข่ายด.ต.มนัส เสือโพธิ์ (ถูกจับกุมแล้ว) โดยเจ๊เพ็ญหลบหนีหมายจับของศาลจังหวัดลำปาง ที่จ.211/2555 ไปอยู่ที่จ.ท่าขี้เหล็ก และยังมีพฤติการณ์จัดหายาเสพติดเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลางและกทม. โดยเจ๊เพ็ญถูกยึดทรัพย์ 15 ล้านบาท

9.น.ส.สำเภา แดนชุติมาพาณิช (พี่สาวของนายไพรัช แดนชุติมาพาณิช) เป็นนักค้ารายสำคัญเครือข่ายกลุ่มว้า จัดหายาเสพติดมาจำหน่ายในภาคเหนือ ภาคกลาง และกทม. โดยน.ส.สำเภาถูกศาลจังหวัดเชียงรายออกหมายจับที่ 169/2544 และถูกยึดทรัพย์กว่า 50 ล้านบาท

10. นายวีระ หมื่นจะดา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดชัยบาดาลที่ 83/2550มีประวัติเป็นนักค้ารายสำคัญ จัดหายาบ้าครั้งละจำนวนมากจากเมียนมาร์เข้ามาจำหน่ายในไทย

เลขาธิการป.ป.ส. เปิดเผยด้วยว่า ผู้ต้องหาหลบหนีกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มนักค้าที่เชื่อมโยงกับกลุ่มว้า มีการเคลื่อนไหวตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน โดยแบ่งเป็นหลายกลุ่มคือ 1.นักค้าที่อยู่นอกประเทศ 2.นักค้าตามแนวชายแดน 3.นักค้าในประเทศที่เป็นผู้กระจายยาเสพติด โดยกลุ่มที่เป็นผู้ผลิตอยู่ในพื้นที่ชายแดนนอกประเทศ เช่น ยี่เซ พบมีการเคลื่อนไหวเชื่อมโยงกับกลุ่มว้าที่เป็นผู้ผลิต ในจำนวนนี้มี 5-6 รายที่เป็นนักค้ากลุ่มชายแดน เคลื่อนไหวในพื้นที่จ.เชียงราย โดยนำยาเสพติดจากกลุ่มว้ามากระจายในประเทศ บางส่วนนำสารตั้งต้นจากไทยส่งไปผลิต ส่วนนักค้าคนไทยที่อยู่ตอนในทำหน้าที่กระจายยาเสพติดทั้งในพื้นที่ภาคกลาง และกทม. เฉพาะกลุ่มนี้สามารถอายัดทรัพย์ได้กว่า 111 ล้านบาท การติดตามจับกุมนักค้าเหล่านี้เป็นไปได้ยากเพราะส่วนใหญ่หลบหนีไปอยู่กับกองกำลังชนกลุ่มน้อย ดังนั้น การประสานความร่วมมือจึงเป็นวิธีหนึ่งที่เชื่อว่าจะทำให้ได้ตัวกลับมาดำเนินคดีได้ โดยบางรายพบว่าหลังหลบหนีไปกบดานสักระยะก็จะกลับมาเคลื่อนไหว ดังนั้น หากพบเห็นนักค้าเหล่านี้สามารถแจ้งเบาะแสเพื่อให้ตำรวจจับกุมได้ทันที

นอกจากนี้ พล.อ.ไพบูลย์ยังสั่งการให้ป.ป.ส.เร่งจับกุมนักค้ายาเสพติดรายสำคัญที่ยังหลบหนีหมายจับ โดยเชื่อว่ากบดานอยู่ในประเทศรวม 14 ราย มีมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดอายัดได้กว่า 222 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.นายอุสมาน หรือมัง สะแลแมง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคาย หัวหน้ากลุ่มนักค้ายาเสพติดที่ลำเลียงยาบ้าจากประเทศลาวเข้ามาทาง จ.หนองคาย เพื่อส่งไปจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ โดยนายอุสมานหลบหนีคดีไปตั้งแต่ปี 2548 และถูกยึดทรัพย์ 14 ล้านบาท

2.นายรอดี หรือดี ยะโกะ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เป็นนักค้ารายใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายในภาคเหนือกับภาคใต้ และมีพฤติการณ์ฟอกเงิน โดยถูกยึดทรัพย์ 30 ล้านบาท

3.นายบุญเจริญ ระจา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา มีประวัติค้ายาเสพติดร่วมกับนักค้าชาวมาเลเซียกลุ่มนายฮิว เกียน แฟท และนายเซีย ยอก กอง ซึ่งถูกจับกุมพร้อมของกลางยาไอซ์ 54 ก.ก. โดยนายบุญเจริญหลบหนีหมายจับและถูกยึดทรัพย์ 13 ล้านบาท

4.นายสุรพล ประทุมตะ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้ค้าส่งยาบ้ารายใหญ่ หลบหนีคดีหลังตำรวจจับกุมยาบ้า 1.2 ล้านเม็ดใน จ.นครราชสีมา

5.นายจะเดาะ แอแส ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดชลบุรี มีประวัติเป็นนายทุนและนักค้ารายใหญ่ นำเฮโรอีนและยาบ้าจากจ.เชียงใหม่ เข้ามาจำหน่ายในสถานบันเทิงจ.ชลบุรี โดยคดีนี้ขณะจับกุมตำรวจยึดอาวุธสงครามจำนวนมากได้พร้อมกับยาบ้ากว่า 200,000 เม็ด

6.นางสุภาพร คำศรีระภาพ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดหนองคายมีพฤติการณ์เป็นตัวการร่วมค้ายาเสพติดกับเครือข่าย"สะแลแมง" ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ภาคใต้ และถูกยึดทรัพย์ 23 ล้านบาท

7.นายเล่าหลู่ แซ่เจ๋า หรือนายบุญรัตน์ จิรเมธีวัฒนกุล หรือเสมี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดชลบุรี. มีพฤติการณ์เป็นนายทุนนำเข้ายาเสพติด ถูกยึดทรัพย์ 1 ล้านบาทเศษ

8.นายอรรถพล พญาวงษ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา โดยนายอรรถหลบหนีหลังตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักพบยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด และยาไอซ์ 2 ก.ก.

9.นายเด่น หรือใจ๋ พรมมาลี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา หลบหนีหลังตำรวจนำกำลังเข้าจับกุมยาบ้า 700,000 เม็ด ไอซ์ 28 ก.ก. โดยนายเด่นถูกยึดทรัพย์ 2 ล้านบาท

10.น.ส.ไรดา จาโก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เป็นลูกสาวของนายมะรอนิง จาโก นักค้ายาเสพติดที่เป็นเป้าหมายสืบสวนของประเทศลาว ตั้งแต่ปี 2540 เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส โดยเครือข่ายนี้มีประวัติจัดหากัญชาส่งให้ลูกค้าในมาเลเซีย ต่อมาย้ายภูมิลำเนามาอยู่ใน จ.ปัตตานี และพัฒนาตัวเองจนเป็นนักค้ารายใหญ่ ซึ่งเครือข่ายนี้จะเลือกใช้เฉพาะเครือญาติใกล้ชิดเท่านั้น ทำให้ไม่เป็นที่รับรู้ของหน่วยงานยาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้

11.นายมูฮำหมัดนูรี หะยีบากา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา มีประวัติเป็นเครือข่ายของนายมะรอนิง จาโก

12.นายฐปนันทน์ ธรรมรัตน์ธาดา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เป็นเครือข่ายเดียวกับนายชาญชัย โจเวลลานอส ทำหน้าที่สั่งการและประสานงานรับเงินจากการค้ายาเสพติด โดยนายฐปนันทน์ถูกยึดทรัพย์ 2.4 ล้านบาท

13.นายสุธรรม คุณดอย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา เป็นเครือข่ายเดียวกับนายชาญชัย โจเวลลานอส เป็นผู้ส่งยาบ้า 3.7 ล้านเม็ด และไอซ์ 71 ก.ก.ให้กับกลุ่มของนายนิพันธ์ กันชาติ

และ 14.นายทวีป เกียรติทอง ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดแพร่ โดยเป็นผู้ว่าจ้างพลทหารวิชัย คีรีรักษ์ สังกัด ร.17 พัน. 4 ร.7 ค่ายขุนจองคำ อ.เชียงคำ จ.พะเยา (ถูกจับกุมพร้อมยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ไอซ์ 150 ก.ก.) นอกจากนี้นายทวีปยังมีประวัติเกี่ยวข้องกับการนำเข้าไอซ์ 100 ก.ก.ที่อ.เชียงแสน จ.เชียงราย อีกด้วย