กมธ.ยกร่างรธน.ไฟเขียวเลือกตั้งผู้ว่าฯ กระจายภารกิจให้ อปท.ที่จัดบริการดีกว่ารัฐ
นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) แถลงความคืบหน้าการยกร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา จำนวนทั้งสิ้น 90 มาตรา ในบททั่วไป ภาค 1 พระมหากษัตริย์และประชาชน หมวด 1 พระมหากษัตริย์ หมวด 2 ประชาชน ส่วนที่ 1 ความเป็นพลเมืองและหน้าที่พลเมือง ส่วนที่ 2 สิทธิและเสรีภาพของบุคคล ส่วนที่ 3 การมีส่วนร่วมทางการเมือง และส่วนที่ 4 การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ
ทั้งหมด กมธ.ยกร่างฯ พิจารณาแล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณาในภาค 3 นิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
นายคำนูณ แถลงต่อว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญในหมวด 2 ประชาชน ส่วนที่ 3 การมีส่วนร่วมทางการเมือง มีเนื้อหาเพิ่มเติมจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ คือ กำหนดให้พลเมืองผู้มีสิทธิเลือกตั้งย่อมมีส่วนร่วมตัดสินใจโดยการลงประชามติในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้มีการออกเสียงประชามติ เนื่องจากเป็นเรื่องที่อาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติหรือประชาชน หรือในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีการออกเสียงประชามติ
นอกจากนี้ยังกำหนดให้พลเมืองย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใดๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้มาตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย
บี้เอ็นจีโอเปิดข้อมูลต่อสาธารณะ
สำหรับร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่ 4 การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ มีการวางหลักการใหม่ คือ ให้องค์การเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ หรือองค์กรใดที่ดำเนินกิจกรรมโดยใช้เงินแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวต่อสาธารณะเพื่อให้พลเมืองได้ติดตามและตรวจสอบ
ขณะเดียวกันก็ให้พลเมืองผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อประธานวุฒิสภา โดยการถอดถอนจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ กรณีที่ยังไม่พ้นจากตำแหน่ง เรียกว่าถอดถอนจากตำแหน่ง แต่กรณีที่พ้นตำแหน่งไปแล้วเรียกว่าตัดสิทธิทางการเมือง
อนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการประชุม กมธ.ยกร่าง ส่วนที่เกี่ยวกับการเปิดเผยการดำเนินงานขององค์กรพัฒนาเอกชนนั้น มีการระบุให้รัฐต้องออกกฎหมายและตรวจสอบรายรับ รายจ่าย และการเสียภาษีของนิติบุคคลหรือผู้แทนนิติบุคคลในภาคเอกชนทั้งที่แสวงหากำไรและไม่แสวงหากำไร ซึ่งหมายถึงองค์กรเอกชน องค์กรเอ็นจีโอ มูลนิธิ เพื่อกำกับให้เกิดความเป็นธรรมาภิบาลทุกระดับ อันเป็นไปตามมาตรา 35(3) ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557
ไฟเขียวเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด
นายคำนูณ แถลงอีกว่า ในภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง หมวด 2 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มีการกำหนดหลักการใหม่เกี่ยวกับการกระจายอำนาจและจัดภารกิจอำนาจหน้าที่และขอบเขตความรับผิดชอบที่ชัดเจนระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น รวมทั้งพัฒนาจังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในจังหวัดนั้น ทั้งนี้เพื่อรองรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตตามความพร้อมของจังหวัดนั้นๆ
นอกจากนี้ยังกำหนดว่าการจัดทำบริการสาธารณะใดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน หรือบุคคล สามารถดำเนินการได้โดยมีมาตรฐาน คุณภาพ และประสิทธิภาพมากกว่ารัฐ รัฐต้องกระจายภารกิจดังกล่าวให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน หรือเอกชนดังกล่าวดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสมจากรัฐ
ผู้ตรวจการแผ่นดินชงเพิ่มอำนาจ
ด้าน นายศรีราชา วงศารยางกูร ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ผู้ตรวจราชการแผ่นดินได้ทำข้อเสนอไปยัง กมธ.ยกร่างฯ แล้วประมาณ 6-7 ข้อ โดยเรื่องหลักๆ เป็นการขอเพิ่มอำนาจผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีเรื่องพิพาทระหว่างประชาชนกับหน่วยงานราชการ ในขณะที่หน่วยงานราชการกำลังดำเนินการ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจสั่งคุ้มครองเพื่อระงับการดำเนินการดังกล่าวได้เป็นเวลา 30 วัน ทั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชน
นอกจากนั้นก็ขอเพิ่มอำนาจกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งความเห็นไปยังหน่วยงานต่างๆ แต่กลับมีการเพิกเฉย ไม่ดำเนินการภายใน 90 วัน ต้องให้หน่วยงานทำหนังสือชี้แจงว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรหรือไม่ เพื่อที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะได้ช่วยแก้ปัญหาได้ แต่หากหน่วยงานเพิกเฉยก็จะให้ถือเป็นความผิดทางวินัย เหมือนกรณีการกระทำขัดมติคณะรัฐมนตรี


